Thanatham's posts with tag: ประสบการณ์ชีวิต

What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
View posts by people in your network with tag ประสบการณ์ชีวิต
Video:o: พลาดซะ :o:Jun 29, '08 11:39 AM
for everyone
เวลาผมจะอัดวิดีโอ ผมจะต้องรอจังหวะที่แถวบ้านเลิกประสาทแดกกันแล้ว คือ เงียบกันหมด ไม่งั้นเสียงมันจะดังเข้ามาในวิดีโอที่ถ่าย แค่เสียงแอร์จี่... อยู่ในวิดีโอผมก็จะบ้าแล้ว กลัวไอ้พวกดูฟรีจะว่า "รำคาญเสียงจี่" เหมือนที่อีตาสองหาวโดน เอ่อ ไอ้สัตว์อยากด่าแม่งเหมือนกัน ฝากด่ามันด้วยแล้วกัน "ควย" เหี้ย มาออกเงินสิวะ 555

ขอบคุณครับเพื่่อนๆ (ซะงั้น)

แม่งสัตว์ ทำห้องกระจกแบบธรรมดาก็ใช้เงินเท่าไหร่แล้ว ไหนจะเปลี่ยนแอร์ใหม่อีก ไมค์หล่ะ? อย่าให้เห็นใครบ่นนะมึงกูจ้วงแม่งจริงๆ กร๊ากกก เฮ้อ... เหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที

วันพรุ่งนี้ผมว่าจะเอาฟิล์มที่ถ่ายไปล้างพอดี เห็นว่าฝนเพิ่งหยุดตก คงไม่มีไอ้บ้า อีบอที่ไหนออกมาคุยกันดึกๆ ดื่นๆ ทั้งที่นอกบ้านมันเปียกๆ และมีอยู่อีกหนึ่งม้วนอีกบอดี้นึงยังถ่ายไม่หมดเลยทำวิดีโอเอาฟิล์มออกจากกล้องให้ดู เสร็จติดลมจะทำใส่ฟิล์มต่อครับ สงสัยมันได้ยินเสียงผมบรรยาย มันก็เลยออกมาคุยกันจนผมหมดสมาธิ กลัวเสียงมันเข้าวิดีโอ - -*

ไอ้อันนี้ก็เป็นอันที่หลุด แต่พอจะถ่ายใหม่ก็ไม่ไหวแล้ว มันเหมือนออกมากวนตีน คุยกันไม่หยุดเลย สักพักเงียบ แต่เชื่อดิ่ ว่าถ้าผมถ่ายต่อ มันจะออกมาคุย ออกมากระแทกประตู กดรีโมทรถ ฯลฯ แล้วแต่สันดานเขา เห็นบ้านไหนมีเสียงหน่อยไม่ได้เลย เอาด้วย


MOV09994.MPG (5.6 MB)

เหมือนกับที่เสีย YouTube, ICQ เลย คือ ตอนสมัครดันใส่ข้อมูลไม่จริงไป

พอลืม password หรือ ID ก็เลยกู้ไม่ได้ซะงั้น

ซึ่งก็มีประสบการณ์แล้วนะ แต่ดันมาซ้ำรอยจนได้ เพราะตัวผมเองใช้ Google มากกว่า ตอนสมัคร flickr มันก็ดันมัดมือชกให้สมัคร Yahoo ด้วย เรียกว่าขอพ่วง ก็เลยใส่ข้อมูลมั่วๆ ไป พอมาหลังๆ cookies ผมหลุด เพราะ uninstall Adobe CS เพื่อเตรียมฟอร์แมตเครื่องใหม่ ปรากฎว่าเรียบร้อยครับ พอเข้า flickr แทนที่มันจะให้ล็อคอินโดยใช้ชื่อใน flickr มันดันให้ใส่ Yahoo ID แทน

ทำอย่างนี้เลิกเล่นแม่งเลยดีกว่า!! 

เพราะกรูจำ Yahoo ID ไม่ได้ วันเกิด เมืองที่อยู่ก็ใส่ไปมั่วๆ - -*


ตอนนี้ว่าจะอัพเกรด Multiply Premium แล้ว ใครมีความเห็นบ้าง เพราะเวลาซูมดูรูปใหญ่ มันมีบอกเวลาแล้วว่า อีกไม่กี่วันจะลบรูปใหญ่ทิ้งแล้วจ๊ะนะ - -*

อยากได้ combo packet หง่ะ แบบจ่ายทีเดียวสองปีมันไม่มีแฮะ เดี๋ยวไปไซโคคอนแท๊กซ์ซะก่อน...

อ้อ ผมสมัครพรีเมี่ยมเพื่อ Nikon Krab นะ และหวังว่าคงจะไม่มีคนอ่อนหัดมาป่วนให้ปวดใจอีก - -*


My flickr <- เลิกซะได้ก็ดี จะได้มีที่ให้ถูกป่วนน้อยลง (ฮา)

ไอ้เหี้ย second player? ผู้เล่นคนที่สอง

Kodak เจ้าแรกที่ผลิตขาย และวางตลาด ไม่ใช่ผู้เล่นหรือไง? 

(สงสัยโกดักมาเป็นกรรมเกรียน เอ๊ย!! กรรมการ)

Canon เจ้าที่สอง

Nikon ก็ต้องเป็นเจ้าที่ 3 สิวะ

ถ้ามาแปลบทความของไอ้ Timothy นี่บ่อยๆ จะรู้เลยว่ามันโม้ไปเรื่อย ไอ้นี่นี่แม่ง พอกันเลย


กูจะบ้า เดี๋ยวอีกทีคงบล็อคมันแล้วหล่ะ หลายทีแล้ว ทำไมมันเข้าใจอะไรยากเหลือเกิน

กูจะบ้าาาา


(ถ้าอยากอ่านต้องเป็นสมาชิกเวบก่อนครับ)


กูเกรียนแตกเลย เหี้ยไม่งั้นเครียดตายห่า เจอไอ้หลอนๆ อย่างนี้ มันคิดได้ไงวะ แต่ละเรื่อง - -*


ว่าแต่ ตกลงมัน second player ยังไงวะ เหี้ย เอ๊ย กูหล่ะงง พ่อแม่งตาย ไอ้สัตว์

ไม่ได้อยากเป็นคนดี เว้ย กูแค่อยากทำ ไอ้เย็ดแม่


มาคนเดียวสู้ไม่ได้ มันเรียกพวกมารุมครับ 555

http://www.flickr.com/photos/gogopow888/
http://www.flickr.com/photos/gracegunawan/

แล้วดูฝีมือมันแระกัน เทพฯ จริงๆ (เกรียนเทพฯ)

ของกล้องแบบ SLR ที่เป็นม่านชัตเตอร์แบบวิ่งไปในทิศทางเดียว (Focal-plane shutter) กับกล้องแบบที่ใช้ม่านชัตเตอร์แบบกลีบ (Leaf shutter)


Comparison.m4v (18.3 MB)

อันนี้พลาดอย่างแรงขออภัยค๊าบบบ

จะปรับปรุงให้ดีขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ^^


Rolleiflex 4.m4v (6.5 MB)

LinkYong StudioJun 4, '08 4:28 PM
for everyone
Link: http://www.yongstudio.com/

พอดีซื้อกล้องจากช่างภาพคนนี้ ก็เลยเข้าไปดูเวบเขาสักหน่อย

ค่าแรงเขาวันนึงแพงกว่ากล้องที่ผมซื้อจากเขาอีก เหอะๆ

เพราะพวกนี้ความอยากจะทำมันมากกกก แต่เสือกรู้น้อย และที่สำคัญมันยังดื้อด้านเสียอีก ถ้าเป็นคนที่ผมไม่รู้จัก ผมก็จะไม่แกว่งหน้าไปหาเท้าไอ้คนประเภทนี้ เนื่องจากยังไงมันก็จะเอาให้ได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เป็นทุกวงการครับ ตั้งแต่ถ่ายภาพ ยกตัวอย่างก็จะมีตั้งแต่พ่อก็อปแหลก พ่อสร้างชื่อไม่บันยะบันยัง (ด้วยวิธีเถื่อนๆ เช่น ใช้เพื่อนมาช่วยโหวต) ดื้อด้านอ้างสารพัดนั่น สารพัดนี่ไม่สำคัญ ฯลฯ ซึ่งผมไม่ได้เก็บตัวอย่างไว้ ถ้าเจอจะลิ๊งค์ให้ฮากัน

แต่วันนี้ผมเพิ่งเจอพิษมือใหม่ไปหมาดๆ ท่าทางจะมีเงินเสียด้วย เพราะว่ามาแข่งประมูลกล้องกับคนอื่นแบบอ่อนหัดเลย คือ กูมีเงินอ่ะ รู้ว่ากล้องดี อยากได้ สู้แหลก ใครจะทำไม? ผมนี่เล่นเอาหน้ามืดไปเลย เพราะว่ามันแพงกว่าที่ควรจะเป็นตั้งราวๆ 200 USD. หรือ 6,000 บาท พอๆ กับค่าภาษีซึ่งผมต้องโดนแน่ๆ เมื่อมันมาถึงเมืองไทย แต่ทำไงได้ อยากได้ก็ต้องโดนครับ เพราะมันมีไอ้ไก่อ่อนแต่ฮึดสู้มาสู้ด้วยจะให้ผมทำยังไง?

ตัวนี้ผมเจอตั้งแต่ช่วงที่มันยังราคา 35 USD. อยู่เลย แต่ก็ไม่บิด มาบิดเอาห้านาทีสุดท้าย เพราะรู้อยู่ว่าถ้ามีไอ้ฮึดสู้นี่นะ มันไม่เลิกราแน่นอน บางคนสู้จนเกินราคาผมก็เจอมาเยอะแล้ว คราวนี้ก็โดนอีก...

มือใหม่ หัวไฟฉาย บิดไม่เป็น เล่นซะ ตัวนี้ล่อเข้าไปพันกว่าเหรียญ แต่ทำยังไงได้ เดือนหน้าผมต้องใช้กล้องแล้ว ก็ต้องเอาสิครับ กว่าจะมาถึงเมืองไทยเผลอๆ สิ้นเดือนแล้ว ขืนรอตัวอื่นมีหวังชวดแน่นอน... ตัวนี้เหยียบเมฆไปเหนี่ยวเอาวินาทีสุดท้ายกันเรยทีเดียว หุหุหุ

นี่ผมเซ็งจริงๆ นะ ถึงมันจบที่ 1,162 USD. ก็จริง แต่ค่าส่งอีกเกือบ 100 USD. ภาษีอีก 6,000 บาท

หึหึ ยังมีอีกมากมายหลายเรื่องในใจ แต่ลงไปดูหนังดีกว่า ใจชักเดือดขึ้นทุกทีๆ


แต่เอาน่าถ้าคนขายมันไม่โกง ไปรษณีย์ส่งถูกบ้าน เจ้า D2H ที่ผมรอมาห้าปี...

...มันจะมาแล้ว พร้อมกับ s พ่วงมาข้างหลังด้วย...


ปัจจุบันหนังสือเขาก็น่าจะมีวางขายอยู่ที่ร้านโฟโต้เฟรนด์ ก็เป็นหนังสือฉบับหนึ่งที่เรียกว่าทำตามมีตามเกิด เนื้อหาก็เลยไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่ แต่ถ้ามองในระดับบ้านเราแล้ว ถือว่าก็โอเคหล่ะ จะเอาดีกว่านี้คงยากแล้ว (จากที่เห็น "สัน..." เอ๊ย!! "นิสัย" ของหลายๆ คน)

หนังสือเล่มนี้เคยวิจารณ์ D2H อย่างดุเดือดว่า...



แต่ปัจจุบัน ถ้าเป็นต่างประเทศช่างภาพหลายคนก็ใช้ D2H รับรางวัล หรือว่าเอาภาพไปเป็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่มาแล้ว ซึ่งบ้านเราไม่มีครับ ไม่ต้องไปหา เพราะว่าพี่แกปั่นไว้แล้ว ว่ากล้องมันออกมาขัดตา ล้างตา ขยี้ตาครับ ใครซื้อมาใช้มีหวังโดนล้อกิ้วๆ จงไปซื้อกล้องแพงๆ ที่แพงกว่านี้ หรือไอ้พวกที่เมกะพิคเซลสูงๆ ถ่ายเยอะๆ ไม่ได้เดี๋ยวเมมโมรี่เต็ม, ฮาร์ดดิสค์ตุง หรือไฟล์ใหญ่จนเปิดไฟล์แล้วช้าต้องเปลี่ยนคอมฯ เป็นรุ่นล่าสุดเพื่อให้เปิดไฟล์จากกล้องบ้าพลังได้แทน...

ปัญญาอ่อนจริงๆ...

ถ้าจะให้มีสื่อแบบนี้ สู้มีเสื่อดีกว่า ปูนอนยังได้ หนังเสือ... เอ๊ย!! หนังสือแบบนี้นี่เก็บไว้เช็ดตูดได้อย่างเดียว


ปล. ตอนนี้หลังจากหลงไปเล่นกล้องฟิล์มอยู่หลายปี เล่นกล้องรุ่นเล็กอีกปี เมื่อตอนตีหนึ่งครึ่งวันนี้ผมประมูล D2Hs มาแล้ว ถึงเวลาชำระแค้นที่สั่งสมมากว่าห้าปี!! (เรื่องนี้จริงๆ ลึกซึ้งกว่านี้หลายสิบเท่า...)

พอดีวันก่อนว่างๆ เลยลองเอา VDO ที่ไปเที่ยวภาคเหนือ 10 วันมาตัดต่อรวมกันสักหน่อย เสร็จแล้วก็อยากโชว์อ่ะ ดูแล้วก็อยากจะไปอีก ^^


RockBottom.m4v (32.0 MB)

LinkYour Camera Does MatterMay 22, '08 10:02 AM
for everyone
Link: http://www.luminous-landscape.com/essays/cameras-matter.shtml

เวลา search หาอะไรเกี่ยวกับการถ่ายภาพในอินเตอร์เนต จะมีความจริงอยู่เรื่องนึงที่ผมต้องทำเป็นประจำ ทั้งๆ ที่เบื่อ และรำคาญก็ต้องทำ ก็คือ

1. Set Search Engine ไม่ให้ค้นหาอะไรที่เป็นภาษาไทย เพราะเท่าที่ผมดูมา เกือบจะทั้งหมดที่ search เจอเป็นภาษาไทย จะเป็น "เกรียน" เขียนแทบจะทั้งหมด (เกรียนไม่ได้หมายถึงอายุ หรือรูปพรรณสัณฐาน แต่หมายถึงวุฒิภาวะ) ข้อความที่อ่านแทบจะเป็นขยะทั้งสิ้น ทำให้เสียเวลามากๆ

2. ตั้ง -ken -rockwell ไว้เพราะไอ้นี่มันไร้สาระมาก ผมว่าจริงๆ แล้วเขาเป็น down หรือปัญญาอ่อน และไม่รู้ว่าเป็นเวรเป็นกรรมอะไร คนปัญญาอ่อนแบบ Ken Rockwell นั้นก็เยอะเสียด้วย ยิ่งถ้าเป็นบ้านเราพวกที่นับถือ "ไอ้เหี้ย" นี่ก็ค่อนข้างจะเยอะมาก

วันนี้ผมก็ไปป่วนไว้หลายเวบเลยเรื่อง Ken Rockwell เพราะว่าดันไปเจอสาวกมันเข้าให้ ถึงกับของขึ้น ดีไม่เช็คไอพี แล้วตามไปยิงแม่งถึงที่เอาให้ตายคากล้องกันเลย



ถ้าใครรู้วิธีที่ทำให้ผมไม่ต้องมานั่งพิมพ์ว่า -ken -rockwell -kenrockwell ทุกทีช่วยบอกผมหน่อยนะ

ผมขอร้อง


สุดท้ายเรื่องนี้ ช่างภาพของ Luminous Landscape ก็ออกมาเกรียนกะเขาบ้าง (ฮา) คงจะเครียดเหมือนผมตอนนี้เลย เอ่อ มันน่ารำคาญนะ ที่เห็นใครไม่มีวันทำสิ่งที่ฝันได้ แต่ก็ยังดิ้นรนทำ ธรรมดาเรื่องนี้ผมก็เสีียเวลาไปอนาถเขามากพออยู่แล้ว แล้วแม่งยังมาเสือกเรื่องของคนอื่นอีก คราวนี้ทำอารมณ์ไม่ถูกกันเลย :P


เรื่องที่เสือกก็สารพัด เช่น อุปกรณ์ไม่สำคัญ หรือไอ้ช่างภาพเจ็ดระดับอะไรของมันนี่แหล่ะ

เหมือนปลุกระดมคนที่มันบ้าอยู่แล้วให้บ้าหนักข้อขึ้นไปอีก เวรกรรมขอให้มีจริงเน้อ...

(ผมเสียเวลาเรื่องนี้ในวันนี้ไป 45 นาที อา... โง่จริงๆ กู)

หลังจากผมเล่น F5 ไปพร้อมฟิล์มหลายร้อยม้วน ที่มีเสี่ยโรคจิตอยากจะลองใช้งานมันบ้าง แต่เจอผมหลอนเรื่องค่าฟิล์มอยู่บ่อยๆ จนเรียกมันว่า "เอฟห่า" เสี่ยคนนี้ก็ทำให้ผมต้องตกอยู่ในสภาวะลำบากใจอีกครั้งเมื่อแกฝากเงินให้ผมแปดหมื่นเพื่อเอาไปซื้อ S3Pro ตัวนี้ผมกดไปสองพันแปดร้อยภาพ พูดตรงๆ เลยนะ ไม่ชอบเลย ช้าก็ช้า ป๊อกแป๊ก แดกถ่าน ปุ่มปรับก็ต้องใช้สองมือ ภาพก็ไม่ชัด สีก็ไม่ตรง (แต่ของฟรีหนูรับได้) แต่เมื่อใช้ S3Pro ก็ทำให้ผมกลับมามองดิจิตอลอีกครั้งหนึ่ง เพราะกดไปเกือบสามพันแล้วกูยังไม่เสียเงินเพิ่มสักบาท 


ซึ่งตอนนั้นก็มี D2H  กับ D2X ที่น่าสนใจ


D2X แพงไปเพราะว่ามีแต่ของใหม่ ส่วน D2H แม่งก็ลูกเมียน้อยเหลือเกิน พวกคนในประเทศด้อยพัฒนาจะรังเกียจ D2H กันทุกคนไม่เหมือนกับพวกทางฝั่งที่เขาเจริญแล้วหรอก... แล้วใครมันจะกล้าซื้อวะ ไอ้ห่าจิก ผมก็เลยไปซื้อ D100 มาลอง ปรากฎว่าก็โอเค แต่แค่กับ Sony Cybershot  นั้นขนาดผมใช้เลนส์ตัวละสามหมื่นมันยังคมสู้ Cybershot ไม่ได้เลย แต่ก็ไม่มีทางเลือก ไม่ต้องเสียสองต่อกับ D2X แล้วซื้อคอมฯ เพิ่มอีกเครื่องเพราะเครื่องเก่าเปิด NEF ของ D2X บน NX ไม่ไหว ก็ต้องเลือกคบกับลูกเมียน้อยให้คนทั้งชาติประณาม!!



หลังจากเล่น D100  ไปได้ 3,000 ภาพ ผมก็ตัดสินใจขาย เพราะข่าวของ D200 มาแรงมาก ก็เลยขาย ไปเอาเครื่องอัดภาพขาว-ดำแทนก่อนที่ราคามันจะเหลือแค่เศษพลาสติก  ซึ่งเครื่องอัดนี้ก็หลอนตั้งแต่วันแรกที่ซื้อกันเลยทีเดียว


"โธ่ เป็นไงหล่ะ ยังไงฟิล์มก็ดีกว่าดิจิตอล" 


ไอ้เหี้ยที่มันขายเครื่องให้ผมพูด แม่งกวนตีนไหม๊หล่ะ โถ คนอย่างแม่งน่าคบหาเหลือเกินไอ้ส้นตีน...


สรุปงานนั้นเงินที่ขาย D100 ไป 38,000 บาท หายไปกับค่าวัสดุจนเกือบหมด (เข้ แล้วมันบอกว่าฟิล์มประหยัด, แม่งหลอนสัด) ได้คืนมาแค่ 16,000 บาท แต่ทำขาว-ดำอยู่น่าจะเป็นปีไม่ได้เงินสักบาท (เส้นสายไม่ดี หึหึ เข้าไปแล้วจะรู้เอง ว่าถ้าลิ้นสาก ขยันเลีย มีจิ๋มนี่เจริญทุกคน) แต่งานที่ใช้ D100 ถ่ายนั้นทำให้ผมได้ D40X กับ 18-200VR ซื้อศูนย์ Niks ด้วย  ราคาเต็มเม็ดเต็มหน่วย กับ Mac Mini เครื่องนึง (ฟิล์มแม่งดีมาก ไอ้หัวควย...)


พอซื้อมาแล้วทำห่าอะไรไม่ได้ เพราะบ้านเราเก่งแค่ไหน? แต่เส้นสายไม่ดีมึงก็แค่ "หมาข้างถนน" ตัวหนึ่ง 


ก็เลยว่าขายทิ้งดีกว่า เสียเวลา


ตอนนัดคนซื้อมาคุยมันก็คุยดีอยู่หรอก แต่พอพูดถึงเรื่องงาน มันก็พูดว่า "ทำไมไม่ส่งฟิล์มไปให้เอเจนซี่แสกน" กูแทบจะเอาส้นตีนถีบหน้ามันเพื่อไล่มันออกจากบ้าน ไอ้เหี้ย สาขามันที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ที่อินเดียแล้ว ส่งฟิล์มไปกลับทั้งหมดนี่กูโดนกี่หมื่น? สัตว์แม่งไหนจะต้องใช้ storage จำนวนมาก แต่คุณภาพมันต่ำกว่า digital สู้กูเก็บไว้เป็นอนุสรณ์สถานดีกว่า


เซ็งหว่ะ


พอขายไป เย็นวันนั้นแม่กลับมาที่เพิงหมาแหงน ก็มีสายไปรายงานเรียบร้อยว่าผมพาคนเข้าบ้าน (ไอ้เย็ดแม่ กูขายอุปกรณ์ทั้งหมดนี่ขนาดมันเอา Nissan Cedia มาขนยังใส่แทบเต็มหลังรถ แถมยังต้องมีนัดมาเอาอีกรอบเลย จะให้กูแบกไปขายที่ไหนวะ) โธ่ อีเหี้ย แม่งขนาดเก็บขยะขาย ยังกลัวคนขับรถเก๋งจะเข้ามาขโมยของ ก็กูอยู่กับคนบ้าแบบนี้นี่แหล่ะ ถึงได้ไม่เจริญสักที (OK?)



เถลิงประเทศชาติไทย ทวี มีชัย ชโย...


ปล. เครื่องอัดที่ขายไป และ เลนส์อัดตัวที่ชอบ (คลิ๊กเพื่อดูรูป)


Blog Entry:o: คนมันโง่!! :o:May 11, '08 2:36 AM
for everyone

เมื่อก่อนจะมีคนคอยถากถางผมเรื่องอุปกรณ์ดีเด่นเป็นประจำ ซึ่งผมนั้นต้องขอพูดตรงๆ ว่าคนพวกนี้คือ "ไอ้สัตว์" เพราะผมดันไปเชื่อไอ้พวกนั้น ดันปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในความวิตกกังวลที่ว่า ถ้าหากใช้อุปกรณ์ที่ดีเกินไปมันจะทำให้ผมเสียเงินโดยใช่เหตุ


แต่จริงๆ แล้วทุกคนต้องผ่านการเรียนรู้


การถ่ายภาพในบ้านเรา เท่าที่ผมมีประสบการณ์มาในระดับชาวบ้านนั้นถือว่า 'ยังไม่เจริญ' หรือจะเรียกว่าไม่มีความรู้เลยก็กว่าได้ เรียกว่ายังใหม่ สด ซิง ความคิดมันก็เลยออกไปทางไสยศาสตร์หน่อยๆ คือ ไม่มีอะไรที่ยึดหลักความเป็นจริงเลย หลายคน ทั้งพวกโง่ และเหมือนจะไม่โง่ (แต่จริงๆ แล้วโคตรโง่) ก็จะมีความเชื่อที่ว่าของที่มันไม่มีประโยชน์อะไรนั้นดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ก็แล้วแต่จะเชื่อกันไป เรียกว่า "งมงาย" จนอยากจะเสกหนังควายเข้าท้องพวกนี้สักคนละที


วันนี้ผมก็จะยกเรื่องนั้นมาพูดอีกครั้ง...


ความคิดที่ว่า "ฟิล์มดี"


ตอนผมจะซื้อ D2H เมื่อสมัยสี่ปีก่อน มีคนมาบอกผมว่า "4 ล้าน" มันไม่ดีหรอก กล้องแพง สู้ฟิล์มไม่ได้ สุดแสนสารพัดจะพูด เมื่อสี่ปีก่อน D2H นั้นมีราคาค่าตัวอยู่ที่ราวๆ แสนสี่ฟังแล้วอาจจะแพง เพราะปัจจุบันพอผ่านมาสี่ปีราคามันก็ตกเหลือแค่เพียงสามหมื่น


แต่ไม่แพงครับ!!


ทำไมไม่แพง?


ก็เพราะว่าตอนผมเล่นกล้องฟิล์มผมหมดค่าฟิล์มไปสองแสน ค่าขาดทุนบอดี้ฟิล์มอีกนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ F5 ซื้อมา 37,000 บาท ซ่อมบำรุงไป 4,500 บาท ขายทิ้ง 21,800 บาท แค่อันนี้อันเดียวผมก็ขาดทุนสองหมื่นแล้ว ไหนจะมี FM, FM2 ที่พอใช้ไปนานๆ แล้วเสียเนื่องจากกล้องเก่าๆ มันรับงานหนักๆ ไม่ไหว แล้วกล้องกระจิ๊บกระจ้อยที่ขาดทุนครั้งละ 500-1,000 อีกตั้งหลายตัว


อ้อ ลืม ค่าอุปกรณ์ห้องมืดอีกหลายหมื่นทีเดียว ดีว่าได้แสกนเนอร์มาฟรี ถ้าซื้อเองก็หลายหมื่น


และทุกวันนี้ผมยังเสียโอกาสไปมากมาย เพราะว่าอุปกรณ์ไม่พร้อมที่จะทำงานอย่างจริง ที่ไหนเขาใช้ฟิล์มเป็นหลักกันบ้าง น้อยมาก มีก็แต่ไอ้พวกบ้าๆ บอๆ แก่กะโหลกกะลา ไม่มองโลกแห่งความเป็นจริง คิดแต่จะเอาแต่ประโยชน์ส่วนตนอย่างเห็นแก่ตัวนี่แหล่ะ


ตกลงกล้อง D2H แพงหรือเปล่า?


ถ้าถามคนบ้า คนบ้าจะบอกว่าแพง...


ด้วยเหตุผลบ้าๆ บอๆ


ไอ้คนใจร้าย ที่ทำให้ผมถูกประณามนั้นผมดีใจมากที่เขาไม่ได้ตายดี!!



ปล. แน่นอนของมันราคาสูง แต่ถ้าคุณมาอยู่ในจุดที่ผมอยู่ มันก็คนละเรื่องกันกับคุณ!!

ปล. 2 แปล ปล. ข้างบนได้ใจความสั้นๆ ว่า "อย่าเสือก"


Nikon D2H ถ้าเปรียบเปรยวงการถ่ายภาพบ้านเราว่าเป็นภาพยนตร์ยอดฮิตอย่าง Star Wars ผมก็เปรียบได้ดังกับ Anakin Skywalker ผู้ที่ถูกฝึกให้เป็นเจไดอย่างครึ่งๆ กลางๆ เพราะว่ากว่าจะได้รับโอกาสก็เกือบจะสายไปเสียแล้ว ทำให้ได้เป็น Jedi ที่ไม่เต็มตัวนัก จึงสามารถถูกชักจูงไปในทางที่ผิดได้โดยง่าย


หลายท่านที่เอ๋อ รั่ว หรือว่าไม่ค่อยจะเต็มเต็งทั้งหลายก็ชอบที่จะพูดว่า "กระบี่ดี" "กระบี่เลว" "กระบี่หลอน" "ส่วนกระบี่ไร้เทียมทาน คือ Nikon D3" อ้อ สองอันหลังนี่นั้นไม่มีอะไรก็แค่โรคจิต, ผมว่าผมขอบ้าๆ บอๆ ด้วยแล้วกัน ผมว่ากล้องโปรฯ นั้นก็เหมือนกันกับ Light Saber หรือดาบแสงของ Jedi 


โดยเจ้า D2H นั้น ด้วยอายุอานามของมันก็เหมาะสำหรับที่จะเป็นกระบี่ของเหล่า Padawan ทั้งหลาย


ก่อนที่ผมจะก้าวขึ้นเป็น Jedi ผมคงต้องใช้กระบี่แสงนี้ฟาดฟันเหล่าอสูรติงต๊องให้สิ้นเสียก่อน อิอิ


กล้องตัวนี้เป็นกล้องที่ผมประทับใจตั้งแต่แว่บแรกที่ได้อ่านข้อมูลในอินเตอร์เนต แต่เชื่อหรือไม่ว่า "ผมไม่ได้ซื้อมัน" เพราะผมเจอพวกกาจั๊วทั้งหลายคอยหลอกหลอน ถากถาง รุมทึ้งต่างๆ นานา เช่น ซื้อทำไม Nikon, D2H ออกมาทำไม?, 10D ดีกว่า D2H เยอะ ในราคาที่ถูกกว่า ฯลฯ ก็แล้วแต่สมองเน่าๆ ของพวกเขาจะคิดกันไป (ไอ้เหี้ย ไม่มาสิงร่างกูไปซื้อกล้องซะเลยหล่ะ ไอ่แม่ย้อย...)


สุดท้าย ผมก็พ่ายแพ้ต่อความหลอกลวงของเหล่า Dark Side of the Force พวก Shit Lord เอ๊ย!! Shit เอ๊ะ ทำไมพิมพ์ไม่ถูกสักที อ่ะๆๆ  Sith Lord ทั้งหลาย ได้หลอกลวงผมว่า "กล้องฟิล์มนั้นดีกว่าดิจิตอล" ซึ่งมันไม่จริงเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว (ยกเว้นใช้ว่ากล้องวิวนะ หุหุหุ ใครก็ได้บริจาคผมสักสองตัว)


ทำไมเหรอ?


เรื่องนี้มันไม่สามารถอธิบายให้จบสิ้นได้ง่ายๆ ต้องใช้เวลาอันยาวนาน...


ตอนนี้ผมก็ได้แต่นอนยิ้มและคิดถึง เจ้า D2H ที่จะต้องตกเป็นของผมในเร็วๆ นี้อย่างสุดซึ้งแล้วหล่ะ อิอิ


สุดท้าย ผมก็ต้องไปหาสิ่งที่ผมหลงรักที่สุด



May the Force be with you... :)



ปล. ผมโกรธแค้น Shit อย่างมาก แต่ก็ขอไว้เพียงแต่ว่า ถ้าท่านไม่รู้ ก็อย่าเกรียนดีกว่านะ...


Blog Entry:o: ลาก่อน.. ที่รัก :o:May 6, '08 11:40 AM
for everyone

เราพบกันครั้งแรกบนอินเตอร์เนต หลังจากที่ได้รู้จักพี่สาวของเธอทั้งสองได้ไม่นาน ผมก็รู้สึกหลงไหลไปกับพี่สาวทั้งสองของเธอเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่นาน หลังจากได้พบกับเธอผู้ซึ่งมีรูปลักษณ์สวยงาม มีเสน่ห์น่าหลงไหลไม่แพ้กับพี่สาวคนรอง เธอกลับมีความเพียบพร้อมในสิ่งที่ผมต้องการ ถึงผมจะยอมรับว่าหลงไหลในพี่ของเธอเพียงไร... 


แต่ด้วยเหตุผลทั้งปวง ผมก็ต้องรับเธอเข้ามาในครอบครัวของผม...


ถึงวันนี้ ผมคบกับเธอมาแล้วปีเศษๆ แม้ว่าเธอจะเป็นชนชั้นล่าง เธอก็ให้ความสุขกับผมอย่างเต็มที่ที่เธอทำได้อย่างเสมอมา แต่สุดท้าย รักของเราก็ไปไม่รอด เราเข้ากันไม่ได้และเธอก็ไม่อาจจะทำให้ผมได้สัมผัสกับ...


...จุดสุดยอด...


ผมจึงจำต้องขายเธอไป ในราคาหมื่นเดียว...


ลาก่อน... ที่รัก


ลาก่อน Nikon D40X,  แบตเตอร์รี่สามก้อน, SD card 6 GB, กระเป๋า และ 18-200VR พร้อมฟิลเตอร์ ทั้งหมดนี้ในราคาสามหมื่นเท่านั้น แถม Maxtor D740X-6L อีกสองตัว อิอิ ไม่งั้นปวดหัวตายเลย ทริปนึงลงทุนตั้งเยอะ เอารูปไปขายได้แค่กระต๊อยนึง เปลืองพลังงานจริงๆ เสียสามต่อ ทั้งค่าทริป ทั้งขาดทุนอุปกรณ์ ไหนจะขายภาพได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นอีก... :P



บ๊ายบาย เตรียมคบไฮโซแล้วหล่ะ 


ชิ... คนอย่างเธอ ไม่เคยให้ฉันได้ถึงจุดสุดยอดเลย


พูดแล้วเหมือนเด็กหัวเกรียนที่ตีกันเพื่อศักดิ์ศรีที่แดกเข้าไปไม่ได้อย่างไร้สติ


บ้านเรา ศิลปะ และอุปกรณ์นั้นมักจะไปกันไม่ได้อย่างแรง ตามที่ผมเข้าใจ ผมคิดว่าปัจจุบันคงมีอาจารย์จากยุค Jurassic คอยสั่งสอนคนพวกนี้อยู่ในเบื้องหลัง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์


ทำไมถึงผิด?


ผิตตรงที่เขาให้ความสนใจกับอุปกรณ์แบบผิดๆ แทนที่จะว่า "มีอะไรก็ใช้ๆ ไปก่อน" หรือว่า "ให้ทำเท่าที่มี" ไอ้บ้านี่กลับว่าอุปกรณ์ไม่สำคัญ ซึ่งตามประสบการณ์ของผมแล้ว อุปกรณ์นี่ไม่ใช่แค่สำคัญ แต่มันเป็นหัวใจของช่างภาพที่มีความสามารถเลยทีเดียว


ใช่ ผมจะพูดว่า


"คนที่ไม่มีความสามารถไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ดี"


จริงๆ ผมก็ไม่อยากพิมพ์อะไรตอบโต้กับพวก 'สมองหมา ปัญญาควาย' สักเท่าไหร่ แต่คิดๆ ดู เรื่องอุปกรณ์ไม่สำคัญนั้นจะยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวัน เนื่องจากทุกวันนี้คนแบบนี้มีโอกาสซื้อกล้องถ่ายภาพกันได้ง่ายขึ้น ถ่ายภาพง่ายขึ้น แสดงออกก็ง่ายขึ้น มันก็เลยเสื่อมลง เหมือนกันกับการเกิดของศิลปะที่ใช้ทักษะและการฝึกฝนน้อยอย่าง Impressionism ที่ทำลายศิลปะแบบ Classic ที่ต้องใช้ความชำนาญและเงินทุนสูงจนแทบสิ้น โดยอาศัยตรงจุดที่ว่า 'พวกมากกว่า'


แต่เรื่องนี้ไม่เหมือนกันนะครับ


เพราะปัจจุบันงานศิลปะแบบไก่เขี่ย (Art) นั้นไม่สามารถสร้างรายได้นัก ไม่เหมือนกับงานวิจิตรศิล์ป (Fine Art) นี่ผมพูดถึงระดับโลกนะ ไม่ใช่ระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ดูท่าแล้วจะล่มสลายในเร็วๆ นี้ มากกว่าจะเป็นประเทศที่เจริญขึ้นจนมีความสามารถที่จะแก้ปัญหาแบบ "ยั่งยืน" จริงๆ ได้


ผมอยากถามทุกๆ คนว่า


ดีแล้วเหรอ? ที่งานของคนในบ้านเราทำกันได้แค่ระดับนี้?


แล้วดีแล้วเหรอ? ที่เรายัดเยียดอนาคตที่คุณเห็นว่าดี แต่จริงๆ แล้วมันเสื่อมลงทุกทีให้กับคนรุ่นใหม่


อย่าให้ความที่ตนเองเป็นคนขี้แพ้ไปทำลายใครต่อใครเลย


เมื่อตัวเราคิดว่าเราพอ ก็จงพอ  แต่จงอย่านำพาความคิดของตนไปทำลายคนอื่น


ถ้าทำอย่างนั้น เราก็ดีกว่าสัตว์เพียงแค่เรามีภาษาที่สามารถใช้ในการสื่อสาร รัง เมื่อดูสันดานกลับเลวชาติยิ่งกว่า เพราะการกระทำนั้นๆ กำลังจะยัดเยียดคนอื่นๆ ว่า กูด้อย กูโง่ กูจน  คนอื่นก็อย่าได้มีเกินหน้ากูเลย ฉันท์นั้น


Blog Entry:o: ปอปเกรียน :o:Apr 29, '08 1:55 AM
for everyone

"ปอปเกรียน" หรือ เรียกแบบไม่สุภาพได้ว่า "เหี้ยจำแลง"


พวกนี้อันตราย เพราะมันบั่นทอนสังคม ทำให้วงการอะไรที่ "ปอปเกรียน" ไปดูด ไปเกาะเขาอยู่นั้นไม่เจริญขึ้นมาทันที ซ้ำร้าย ถ้าปอปเกรียนเป็นใหญ่ ปอปเกรียนจะสร้างความเจริญที่ไม่จีรัง คือ มีแต่ภาพ ไม่มีผลงาน หรือ ความเจริญที่แท้จริงใดๆ ขึ้นมาในแก่นของส ังคมนั้นเลย เพราะมันทำอะไรก็เอาแต่ใจ เอาแต่สบายไว้ก่อน


"ปอปเกรียน" จะเริ่มเป็นตั้งแต่ขึ้นมหาลัย เพราะเริ่มจะกวนตีนผู้ใหญ่ได้แล้ว เนื่องจากวัดรอยเท้าแล้วสู้ได้ 


 ปอปเกรียนนั้นมักจะเป็นในผู้ชายแทบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้หญิงเป็นกันน้อย แต่พออายุย่างเข้าสามสิบแล้ว ผู้หญิงที่ไร้แก่นสารจะกลายเป็น​ "อีป้า มหาภัย" แทน เพราะเริ่มเข้าวัยทอง ผัวเลยทิ้ง ไหนจะไม่มีความรู้ในเรื่องที่ตัวเองพูด ยิ่งซ้ำร้ายเข้าไปใหญ่


พฤติกรรมของ "ปอปเกรียน" ได้แก่


"เห็นใครมีอุปกรณ์ดี จะเลียแผล่บๆ" ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรู้มากขึ้น ดูดมันให้หมด


จริงๆ อันนี้ไม่ต้องเป็นปอปเกรียนก็ได้ เพราะใครๆ ก็อยากจะเรียนรู้ แต่ระยะต่อไปก็คือ


"พอสนิทก็เริ่มเล่นหัว" 


แหน๊ะ กะตีซี้ให้ไว้ใจจะได้บอกเคล็ดหล่ะสิ เอาเคล็ดขัดยอกไปก่อนแล๊ะกันหน้าเหี้ยๆ ปากหมาๆ อย่างมึงอ่ะ พูดแต่ละอย่างกะมาแขวะกูทั้งนั้น

 ควย!!


"ไม่ได้ดั่งใจ ก็เริ่มเหน็บแหนม" อย่างว่า ปอปเกรียนได้ฟรีจนชิน


เอ่อไม่งั้นผมจะเรียกพวกนี้ว่า "เหี้ยจำแลง" เหรอ ไอ้ห่า กูลงทุนเป็นล้านกว่าจะรู้ มึงเป็นใครวะ ขนาดพ่อกู กูยังไม่บอกเลย 


(จริงๆ บอกไปแล้ว แต่พ่อสวนมาว่า "กูให้เงินมึงไปเรียน ไม่ได้ให้มึงมาสั่งสอนกู" ฮาาาา ธ่อ เตี่ยแล้วมาทำพูด "ไหนมึงไปเรียนอะไรมาไม่เห็นจะทำห่าอะไรสักอย่าง" โอ๊ย!! กรูจะบ้า)


สุดท้าย


พอปอปเกรียนรู้จนพอ มันก็จะเอาวิชาที่กูบอกไปเพื่อให้มันเอาไปหากิน มาบอกคนอื่น เพื่อให้ตัวเองดัง และเป็นที่ที่รักของปอปเกรียนรุ่นต่อไป แม๊งงง จะทำไปเหี้ยอะไรวะ แล้วอีกหน่อยคงไม่มีอาชีพครู อาจาร์ยกันหล่ะ เพราะมันทำมาหาแดกไม่ได้ ฮาฮา



ปล. พอคนเก่งๆ ทำมาหาแดกไม่ได้แล้ว จะเอาทุนที่ไหนมาพัฒนาตัวเอง? ปั้นกล้องจากขี้ควาย ถุยน้ำลายกลายเป็นเมมโมรี่การ์ด งั้น ฤ.? ไม่รู้ใครบ้ากว่าใคร? ไอ้หน้าเหี้ย ของซื้อจากต่างประเทศทั้งนั้น  เพราะบ้านเรามันไม่มีทุนพัฒนาควยอะไรได้ เพราะไอ้ปอปเกรียน  หวังฟรีนี่แหล่ะ


Blog Entry:o: อีป้า มหาภัย :o:Apr 29, '08 1:37 AM
for everyone

"อีป้า มหาภัย" จริงๆ เป็นบุคคลอันตราย ไม่ได้แค่จัดว่าเสียสติเท่านั้น


"อีป้า มหาภัย" เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่มาเล่นกล้อง พอได้จับกล้องเข้าหน่อยก็จะเกิดอาการเสพย์กล้องจนหลอน นึกว่าตัวเองเป็นเทพฯ ทางด้านสารสนเทศ หรือทางด้านศิลปะ ทั้งนั้น ไม่พอ "อีป้า มหาภัย" พวกนี้จะชอบไล่ด่าคนอื่นว่า "เกรียน" แต่ไม่ค่อยดูตัวเองหรอกว่า ตัวเองต่างจากพวกที่ป้าว่าก็แค่ 'ทรงผม'


"อีป้า มหาภัย" ตอนนี้ใครเป็น ถือว่าตกยุคแล้ว เพราะไม่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น วัยรุ่นจะเซ็ง และเหน็บจน 'บ้า' เอ๊ย 'ป้า' เลิกไปในที่สุด แต่ผมยังจำคำเกรียนๆ จาก อีป้า มหาภัย พวกนี้ได้หลายคำ


เช่น... 


"ถ่ายภาพหัดจัดองค์ประกอบบ้างนะ" หือ... ป้า ผมจัดเป็นแต่องคชาติ จะรับสักที เอ๊ย!! ป้ารู้หรือเปล่าว่าการวางองค์ประกอบแบบที่ผมทำเนี่ย เรียกว่าอะไร?ไม่ใช่เป็นแต่กฎสามส่วนอย่างป้านะป้า รู้แค่นี้ ไปตีรัมมี่ดีกว่า โอ๊ะๆ อย่าเลย อย่างป้าๆ นี่ป็อกเด้งจะดีกว่า จะได้ไม่  'โง่'


"ทำไมสีจืดๆ ปรับสีหน่อยก็ได้ โฟโต้ชอปอ่ะใช้เป็นหรือเปล่า?" โห... ป้า โฟโต้ชอปอ่ะ ผมใช้ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกบน PC เลย แล้วป้ารู้จักแมคป่าว? ICC อะไรเงี้ยะ รู้จักป่าวป้า ผมทำ Easter Egg ได้ด้วยนะป้า หรือจะให้เขียน Java Script สั่ง Photoshop ให้ทำงานยังได้เลย หุหุ อีป้าเอ๊ย!! ก็คนเขาอยากได้แบบนี้อ่ะ เฮ้อ... เสือก


มีอยู่ครั้งนึงผมเคยตั้งคำถามว่า "ลายไม้เลื้อย" (แบบสองมิติ) ทำยังไง? อีป้ากลับพูดประมาณว่าถ้าโง่ อย่าไปทำเลย โธ่ อีเหี้ย เอาส้้นตีนกระแทกปากหน่อยไหม๊? เมื่อก่อนกูทำ Maya เค้าใช้ภาษา C สั่งทำลายพวกนี้ได้ เขียนโปรแกรมเองได้เลยว่าจะเอาลายซับซ้อนแค่ไหน วิ่งแบบไหน?เป็นอนิเมชั่นเลยยังได้? จะเอาสีอะไร? ความหนาแน่นเท่าไหร่? มีขนหรือเปล่า? ไม่ต้องมาลงพาธทีละจุดๆ 


อีฟายเอ๊ย ไม่พูด ไม่มีใครเขาว่าโง่หรอก...


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะตอบทำแมวอะไร? เปลืองไฟฉิบหาย!! ทำให้โลกร้อนเสียเปล่าๆ


ว่าแล้วกรูก็ปวดหัวจริง ไม่นึกแล้วได้หรือเปล่า? 


ยิ่งขืนกูเอาความรู้มาโชว์  ปอปเกรียนก็เอาบทความกูไปก็อปหมดสิป้า...


เสร็จปอปเกรียนแม่งก็อุปโลกน์ เป็นของตัวเองซะ เรียกเพื่อนๆ มาลงชื่อ ว่านี่เพื่อนกูคิดคนแรกนะ 


ใครอย่าได้มาแหย๋ม ฮาฮา


โอ้ จบกัน!!


เข้าทางลัทธิเกรียนนิยม!! ลงทุนด้วยสันดานเหี้ยๆ อย่างเดียว


แล้วมีอยู่ครั้งนึง ผมก็โชคซวยไปเจอ "อีป้า มหาภัย" เข้าอีก


ผมไปเจอในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง มีเปิดเข้าชมดอกลิลลี่ อีป้าฯ นี่เห็นดอกไม้เป็นไม่ได้ ถ่ายอยู่นั่น แล้วก็แกล้งพูดโวยวายสารพัด ว่าง่ายๆ พยายามจะไล่คนอื่น ไปให้หมด เพราะ "กู (อีป้านรก) ยังเสพย์ไม่อิ่ม" เท่านั้นไม่พอ ยังจะไปเอาดอกลิลลี่ของเขากลับบ้านอีก ขอเขาได้แล้วแทนที่จะเก็บ อีนี่ยังเอามาถือโชว์ แล้วก็พูดประมาณว่า "ขอเขาแล้วนะ" พูดอยู่นั่นแหล่ะเวลาโดนคนเขามอง โทษนะครับ นี่ลูกสองแล้ว เป็นอาจารย์เสียด้วย ไม่พอ  พอแกเห็นผมถือกล้องนี่ป้าก็รีบพูดเลย


"เดี๋ยวนี้  ช่างภาพรับปริญญาแพงขึ้นทุกวัน ไม่รู้ว่าทำไม?"


อ้าว !! นี่มันเรื่องอะไรของกูเนี่ย!!