Thanatham's posts with tag: films

What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
View posts by people in your network with tag films
ง่ายกะผีอะไร คนใส่ไม่คล่องนี่เปลี่ยนฟิล์มทีนึงต้องใช้เวลาราวๆ 5-10 นาที นี่ขนาดว่าผมกดโรลลายฯ ไปหลายม้วนแล้วนะ ยังไม่คล่องเลย ผมว่าพวกที่เป็น Magazine อย่าง Bron, Hass, Mami โป๊ะโกะ นั้นใส่ง่ายกว่ากันเยอะเลย

แต่ก็ไม่ง่ายเท่าเปลี่ยน Memory Card หรอกครับคุณขา...


Rolleiflex 6.m4v (31.2 MB)

ถอดง่ายๆ (หล่ะมั้ง) หุหุหุ


Rolleiflex 5.m4v (14.7 MB)

LinkKodak kills the ReadyloadJun 4, '08 1:03 PM
for everyone
Link: http://www.kodak.com/global/en/professional/products/films/readyload/r...

เมื่อวันก่อนอ่านแล้วฮา นู่นยังใช้ฟิล์มกันอยู่เลย นั่นก็ยังใช้ฟิล์ม

ไอ้ไดโนเสาร์พวกนี้ แม่งกูจะคอยซ้ำเติมเวลาแม่งคร่ำครวญคอยดู 555

เออ... วันไหนฟิล์มมันจะเลิกผลิตยังไม่รู้เลย ไอ้นี่ก็ไม่เห็นจะมีทีท่าอะไร กูยังไม่มีปัญญาหามาใช้เลย มันเลิกซะแระ

ไม่รู้ความเห็นแบบนี้มันจะออกกันทำไมให้เปลืองไฟ เลยบ่นให้มันเปลืองไฟ (แม่ง) ซะเลย


เมื่อวานได้มีฝรั่งคนนึง แกโพสต์ข้อความใน "กลุ่มผู้ใช้ Nikon D3" ประมาณว่า เอาไฟล์ของ S5Pro มาเทียบเรื่องปัญหาเวลาถ่ายภาพโอเวอร์แล้วมาแก้ไข S5Pro นั้นทำได้ดีกว่า D3 (แต่ไม่ยักจะเอาไฟล์ D3 มาเทียบให้ดู, หง่ะ ทำงี้ได้ยังไงฟะ) เถียงกันไปเถียงกันมา พี่เขาก็เลยให้โหลด RAF ให้มาลองเสียเลย ก็แตกฉานด้วปัญญาหล่ะครับงานนี้

แต่จริงๆ ผมอยากจะให้เขาลองกับ D3 เทียบกัน shot ต่อ shot เลย ตั้งแต่เทียบ loss high-light, loss shadow และก็การปรับแต่งภาพธรรมดาให้โอเวอร์ หรืออันเดอร์ (สงสัยต้องหากล้องมาลองเสียเอง)


กระทู้ที่ว่า -> http://www.flickr.com/groups/nikond3/discuss/72157605303775570/



ปล. การแก้ไขภาพในเรื่องสีหรือแสงนั้นจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพของภาพตกลงเสมอ ดังนั้นอย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพให้ดีย่อมดีกว่าการถ่ายภาพไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอะไรนัก แต่การคิดโดยไม่มีความรู้ก็เป็นเรื่องที่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ มิหนำซ้ำยังไม่สนุกอีกด้วย...

Photo Album:o: Film VS. Digital :o: (9 photos)Apr 29, '08 12:24 AM
for everyone

ไม่มีอะไร ผมก็แค่คนที่โดนกดดันจนกลายเป็นคนโรคจิต

ชอบสะสมอะไรที่สะใจ

Blog Entry:o: งวย หัว ค้วง :o:Apr 10, '08 2:31 PM
for everyone
แม่ง ส้นตีนจริงๆ เลย

จริงๆ ผมไม่ค่อยอยากจะสนใจไอ้งวยนี่สักเท่าไหร่ แต่พูดตรงๆ นะ พอชื่อมันโผล่ขึ้นมาบ่อยๆ แล้วแถมแม่งยังหน้าด้าน กล้าสอนคนนู้นอย่างนี้ คนนี้อย่างนู้น โห... กูหล่ะกลุ้ม นึกไปนึกมายังสะกิดใจ เออ ไอ้เหี้ยนี่หรือเปล่าวะ ที่มันถอดล็อคอินมาด่าผมเรื่องที่ผมว่าดิจิตอลดีกว่าฟิล์มบ่อยๆ

ไม่ต้องสุภาพแล้ว ไอ้เหี้ย หงุดหงิด

ไอ้ชาติเง่านี่นะ ขอให้แม่งตายๆ ไปสักทีเหอะ อยู่ไปก็รกโลก ไอ้สัตว์ ถ่ายภาพมาหัวกระเจี๊ยวมากเลย แม่งทำมาปากดี ไอ้สัตว์พวกนี้นี่แหล่ะ ทำให้กูลำบาก ฟิล์มดีฉิบหาย อุปกรณ์อะไรก็ได้ โธ่ ไอ้หัวควย Velvia 50 ทำมาเทียบกับ HDR เหี้ย ส้นตีน ไอ้ปัญญาอ่อน สมองหมา ปัญญาควาย แค่ Tone mapping รู้จักหรือเปล่าเถอะ ทำมาพูดถึง HDR ไอ้เย็ดแม่กะอีแค่เดนๆ ในมัลติพลายกูยังว่าสวยกว่ารุปมันเลย กูสาบานไว้ต่อหน้าฟ้าดินว่า ถ้ากูเห็นไอ้งวย หัว ค้วงนี่มันไปหลอกใครที่ไหนอีก "กูจะฆ่ามัน"


ซวยฉิบหาย ไม่น่าเข้าไปดูเลย ล้างซวยวัดไหนดีวะเนี่ย

คืนนี้กูจะนอนได้ไหม๊เนี่ย? หรือว่าต้องออกไปฆ่ามัน??? ออกไปเชือดควาย 555


"ชีวิตแค่โดนทำร้าย"


เอ... ทำไมผมชอบอ่านคำว่า Lomo เป็น ไอ้โง่, โอโง่ ทุกที ไม่ออกมาเป็นโลโม่นะ อิอิ

ภาพจากกล้องตัวละเจ็ดพัน ทริปนี้กดไปพันแปดร้อยภาพ


แต่ขี้เกียจอัพว่ะ เอางานมาให้คนอื่นก็อปทำไมก็ไม่รู้ เสียเวลา
ไหนจะต้องมาฟัง เอ็งใช้อุปกรณ์แพงภาพถึงได้สวย พูดมีเหตุผลมากเลยนะ...

โรคจิตชัดๆ :P


ไม่ได้โรคจิต ชอบโชว์พาว ให้คนมาเม้นท์เยอะๆ นะครับ กร๊ากกก


บทสนทนาของผมกับอาจาร์ยซีสูง เส้นใหญ่และรู้จักกับช่างภาพทุกสถาบันเมื่อหลายปีก่อน (สาเหตุที่ผมไม่ยุ่งกับคนไทย สักเท่าไหร่ นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมทำตัวเหมือนหยิ่ง แต่จริงๆ กูจะบ้าอยู่แล้ว พวกนี้ไม่มีคัดคนเล๊ย ขอให้มีเงินเหอะ จะบ้า จะดีเอาหมด แล้วก็ปล่อยให้มันพวกนี้ได้เป็นเส้นใหญ่ เส้นโต เสร็จก็เอาเรื่องปัญญาอ่อนมาเถียงกับคนดีๆ ให้เสียเวลาไปเปล่าๆ ซะงั้น เพื่ออะไรวะ? เพื่อไอ้เส้นใหญ่???)

อ. "ตกลงฟิล์มกับดิจิตอลอันไหนดีกว่ากันเหรอ?"

ผมไม่ตอบ ได้แต่นึกในใจ คำถามแบบนี้ใครจะสั้นๆ ได้เนี่ย

อ. "ปรกติ แผ่นซีดีเก็บได้กี่ปี"

ท่าทางแกจะไม่เลิก ผมเห็นพี่แก เส้นใหญ่ เลยตอบเอาใจสักหน่อย

ผม "ไม่ทราบเหมือนกันครับ บางแผ่นสองสามเดือนก็เสียแล้ว บางแผ่นก็สี่ห้าปี"

ตอบไปงั้นแหล่ะ ห่าคนไม่ได้ทำวิจัยทางด้านนี้สักหน่อย

จะให้ทำอย่าลืมเงินนะ ไม่ใช่อ้างให้ทำเพื่อชาติ คนไทยหรือเปล่า? เสร็จพอได้เรื่องแล้วก็เอาไปเป็นผลงานตัวเอง แล้วก็ไม่ให้ความช่วยเหลือยามตกทุกข์ได้ยาก หุหุ ไม่มีเงินอย่าว่าแต่ครอบครัวเลย หมามันยังเมิน เห็นผู้ใหญ่บางคนพูดกับผม ทำงานต้องรู้จักปรับตัว ไอ้เราก็นึกในใจ เออ ปรับตัวยอมรับว่าเขาเอาเปรียบแล้วทนทำมันต่อไป ฮาฮา

อ. "เห็นไหม๊ แล้วฟิล์มดีกว่าดิจิตอลยังไง?"

โหย ตอนนี้ผมอยากจะลุกขึ้นไปซัดซักป๊าบ ลูกแกโตจนเปิดหนังสือ (ผมส่งงานไป ได้ลงสามฉบับแล้ว เงินยังไม่ได้สักสลึงเลย ถ่ายด้วยกล้องฟิล์มด้วยนะ แค่ค่าฟิล์มก็หลายพันแล้ว...) เป็นของตัวเองแล้ว แกยังมาตั้งคำถามเป็นไอ้หนูจัมมัยอยู่ได้ นี่แหล่ะ คนอย่างนี้มีอำนาจ ประเทศชาติมันถึงไม่พัฒนา พูดแล้วหงุดหงิด โง่ไม่บันยะ บันยังแล้วยังจะมาขืนใจคนอื่นอีกหน่ะ!!

วันนี้ผมกำลังรื้อบ้าน เอาของเก่าออกให้หมด ไม่ขายก็ทิ้ง ปรากฎว่าไปเจอซีดีสองแผ่นแรกที่ผมไรท์เมื่อสิบปีก่อน จากเครื่อง Pioneer ซื้อมาเป็นหมื่นครับ ไรท์ได้ 2X หรือ 4X นี่แหล่ะ พูดแล้วอนาถใจ ซื้อมาทำไมก็ไ่ม่รู้ไรท์ได้ไม่กี่แผ่นก็เสียซะแล้ว สู้ Lite-on ไม่ได้เลย เครื่องเก่าอยู่มาตั้ง 6 ปี เอาไปประมูลขายยังได้ราคาอีกแหน่ะ (ตอนนี้อยู่ที่ 150 บาทแล้ว)

แผ่นที่ใช้เป็นแผ่นโนเนม แต่เป็นแผ่นทองที่เขาเชื่อกันว่าเก็บได้ทน ก็ทนจริงๆ มั้ง สองแผ่นนี้สิบปีแล้ว ยังเปิดไฟล์ดูได้ทุกไฟล์เลย เปิดบนแมคด้วยนะเนี่ย อิอิ


ปล. ใครๆ เขาก็โรคจิต ถามว่าผมจะโรคจิตบ้างอ่ะ ผิดไหม๊? ผิดม๊ะเนี่ย??


ทุกๆ วันนี้เวลาเรากดชัตเตอร์ คุณรู้หรือไม่ว่าคุณกำลังโดนผีหลอกอยู่ ผีตนนี้น่ารัก ไม่คอยมาหลอกมาหลอนคน ไม่เคยรังแกรังควาญ มีแต่จะช่วยเหลือ มันคือผี EXIF, IPTC, XMP ฯลฯ หรือ จะเรียกเจ้าผีพวกนี้รวมๆ กันว่า ผี Metadata

ผีเมตาดาต้าจะสิงอยู่ในกล้องของเรา คอยทำทุกอย่างให้ ตั้งแต่ ตะเอง... ใช้โหมดนี้ สปีดเท่านี้ เอฟเท่านั้น ไอโซ่นั้น ถ่ายภาพวันนี้ เวลาไหนนะ เจ้าผีนี่จะบันทึกเอาไว้ให้เราหมด เราไม่ต้องทำห่... อ้อ ไม่ต้องทำเหี๊... เอ้ย ไม่ต้องทำอะไรเลย กดชัตเตอร์อย่างเดียวก็ยังได้ ผีน่ารักจะคอยจดบันทึกแทนเราอยู่แล้ว

แต่กล้องฟิล์มนั้นไม่มีผีอะไรที่จะมาบันทึกข้อความให้เรา ทำให้เราต้องคอยช่วยตัวเองอยู่บ่อยๆ ซึ่งมันก็ไม่ดี อย่าช่วยตัวเองบ่อยนัก ออกไปเจอของจริงบ้าง เอ๊ย!! ซึ่งผมว่ามันเหนื่อยเปล่านะ ที่ต้องมานั่งจดบันทึก

ผมเคยทำแล้ว อย่าเถียง เมื่อก่อนเขียนทีเป็นสิบๆ ม้วนเล่นเอามือหงิกเลยทีเดียว เพราะเวลาจดในภาคสนามแล้ว ลายมือของเรามักจะเหี้ยมากจนคนอ่านไม่ออก ต้องมาคัดลอกอีกทีอ่ะ

จริงๆ ไอ้กระดาษจดบันทึกข้อมูลการถ่ายภาพนี่ผมมีเป็นร้อยแผ่นเลยนะ แต่จำใจชั่งกิโลขายไปแล้ว เพราะว่ามันยุ่งยาก เวลาเอาสไลด์เข้าเมาท์ทีนึง คุณก็ต้องคัดข้อมูลลงเมาท์อีก ต่อฟิล์มหนึ่งม้วน ถ้าคุณเมาท์สักยี่สิบรูป คุณก็ต้องใช้เวลาเข้าเมาท์เป็นชม. แล้ว (อย่าเอาไปเทียบกับงานฉาบฉวยที่ร้านรับล้างอัดภาพนะครับ) พอผมทำได้ประมาณเดือนสองเดือน ผมก็เลิกบ้า ยิ่งพอมาแสกนงานขาย เล่นเอาแทบคลั่ง ไฟล์นึงแสกนตั้งครึ่งชม. ถ้าจะเอางานเนี๊ยบๆ ไหนจะต้องรีทัชเอาฝุ่นออกอีก เนื่องจากเครื่องไม่มี ICE โหย นรก และอื่นๆ อีกมากมาย

บ่นพอแระ... พูดมาก เดี๋ยวคนอื่นรู้มาก จะตามทันผม อิอิ


ชีวิตช่วงนี้สนุกมากๆ ขึ้นๆ ลงๆ ตั้งแต่เรียนดีโคตรๆ มาจนแย่ลงเรื่อยๆ ได้สามแชมป์ บาสเก็ตบอล ได้แสดงดนตรี เล่นสามวง รับงานดนตรี สุดท้ายสีมือตก ต้องเลิก (ผมว่าดนตรีนี่ต้องเล่นกันตั้งแต่เด็กนะ ถึงจะได้มีโอกาสไป Canopy Hall เอ๊ย!! Carnegie Hall หรืออะไรทำนองนั้น) นอกจากนี้ ผมยังเคยไปเป็นสต๊าฟทัวร์ภาคใต้ด้วยนะครับ ไปหลายที่ทีเดียว

Photo Album:o: ปวช. 3 :o: (7 photos)Jan 30, '08 2:36 AM
for everyone

ช่วงปีนี้ก็เป็นปีหนึ่งที่มีความสุขมากๆ ส่วนมากผมใช้กล้องคอมแพคถ่ายอย่างมีความสุข จนกระทั่งได้พบฝรั่งที่เป็นแฟนของญาติเพื่อน แกใช้กล้อง Nikon FA ถ่ายภาพให้ ภาพออกมาคมชัดและสีสรรดีมาก จนผมถึงกับจำชื่อ Nikon ได้ขึ้นใจทีเดียว และที่สุดแล้วผมก็ต้องไปรบเร้าให้พ่อหิ้ว FM10 มาจากญี่ปุ่น (แต่ใจจริง ตอนนั้นอยากได้ EOS 1 นะ อิอิ)

สุดท้ายก็หลงรัก Nikon จนลืมไม่ลง ยกเว้นจะมีอาเสี่ยใจดี ยกแคนนอนฟูลเฟรมพร้อมเลนส์แอลนะ ฮิฮิ :P

Photo Album:o: ปวช. 2 :o: (11 photos)Jan 15, '08 3:30 AM
for everyone

งานแสกนนี่น่าเบื่อจริงๆ แต่ภาพที่อัดมาแล้ว ยิ่งเก็บ มันยิ่งเน่าอ่ะ

ฟิล์มก็เหมือนกัน แรกๆ อัดสวย พอเก็บไปนานๆ ก็อัดได้ไม่ดีเท่าของใหม่ๆ แระ


ภาพถ่ายจากแกล้งคอมพ่อค (กล้องคอมแพค) ฟิล์มโกดัก
ตอนนั้นใช้โกดัก โกลด์เป็นอยู่ยี่ห้อเดียว (แบบว่าติดยี่ห้อจริงๆ เลือกไม่เป็น ๕๕๕)


โฮะโฮะโฮะ ไปซื้อมาจากคลองถม? เอ... เขาเีรียกว่าคลองถมหรือเปล่า? เอาเป็นว่าผมเรียกว่าคลองถมแล้วกัน มันทำอะไรไม่ได้เลย ตอนแรกนึกว่าจะใช้ฉากสไลด์เข้ากำแพงได้ (โง่ อ๊ะป่าว???) แต่จริงๆ เอาไว้ฉายสไลด์แล้วตั้งแทนกรอบรูปเท่านั้น

ได้มาแต่ตัวกรอบนี่แหล่ะ ใช้ถ่าน AA สองก้อน มีคำสามคำบนตัวมัน คือ Luna, Sermion และ Pharmacia ใครตีเป็นหวยได้ อย่าลืมแบ่งปันกัน


ปล. เอาไว้ตั้งดูรูปแล้วเพลิ๊นน เพลิน


ภาพถ่ายด้วยกล้อง Sony P-41 ตัวละไม่เกิน 4,000 บาท

ปรกติแล้วคนบ้านเรานี่จะ "สันดาน" ไม่ดี ทำอะไร ไม่ค่อยสนใจเรื่องของคนอื่นสักเท่าไหร่? ตัวเองไม่สามารถเป็นส่วนที่ดีของสังคมได้ ก็ทำลายมันซะ นี่ผมก็พยายามจะอยู่เฉยๆ แล้ว ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่ไปเรื่อยๆ แน๊ะ ก็ยังมี "สัมภเวสี" มารังควาญอีก

เอาเป็นว่าผมไม่ใช่พระจะมีความอดทนมาโปรดสัตว์นรก สันดานระยำที่ไหนได้ ขอเป็นจ้าวนรก BeelZebub ดีกว่า

สาปมึงให้อยู่ในนรก ไถนาต่อไปก็แล้วกัน

เพราะกูให้พวกสันดานเหี้ย จนขุดไม่ขึ้นมามากพอแล้ว ไอ้พวกดีแต่ขอแทบไม่เคยให้ แถมยังมาคอยถากถางกูอีก อย่างพวกมึงนี่ไปตายห่ากันได้แล้ว สมองมีแต่ขี้ ไอ้เหี้ย นึกว่ากูแดกลม แดกอากาศแล้วอิ่มท้อง นั่งเพ้อ นั่งฝันแล้วมีวิชาความรู้เพิ่มขึ้นมาเองหรือไง? มันต้องลงทุนทั้งนั้น ไอ้ควายเอ๊ย!!

ไหนๆ จะมาขอวิชาความรู้กันแบบเหี้ยๆ นี่ถ้าไม่เลิก ก็อย่าหวังว่าชาตินี้ กูจะให้อะไรกับพวกเดนอย่างมึงเลย อยู่ในปลักต่อไปเถอะ อยากทำอะไรก็ทำนะ จะได้รู้ผลของการทำอะไรที่มัน "เสื่อม" คนที่กล้า เขาต้องแน่ ไม่ใช่ทำได้แค่ขี้ครอกอย่างมึง อย่างนี้เรียกว่า "บ้า"


เดรฉานสัตว์อย่างพวกมึงนี่ สอนให้ตายคงไม่รู้จักจำ


Photo Album:o: ปวช. 1/2 :o: (15 photos)Oct 30, '07 7:44 AM
for everyone

ตอนปวช. รอบสองนั้นเป็นช่วงที่ชีวิตมีความสุขที่สุด เพราะ 'หลุด' จากทุกสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ต้องสอบได้เลขตัวเดียว ไม่ต้องกวดวิชา ไม่ต้องมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยสีชมพู... เพราะรู้ตัวเองดีว่าไม่มีทางไปถึง (เสือกโง่มาเรียนปวช.)



อ่านไม่ผิดครับ 1/1 ไม่ได้หมายความว่าเรียนห้องที่ 1 แต่เป็นการเรียน ปวช. รอบที่ 1 เพราะหลังจากจบมาจากโรงเรียนวัด ทำให้เข้ากับเพื่อนๆ ไฮโซๆ ไม่ได้ (เรียนโยน ออฟ อาร์คนะครับผ้ม) ถึงจะดูในรูปเฮฮาๆ ก็เถอะ ไปๆ มาๆ เลยเรียนซ้ำชั้นเลย :P

LinkFilm Slide - ThaiDPhoto.COMOct 24, '07 7:09 AM
for everyone
Link: http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=37804&pp=100

เรื่องนี้จริงๆ พูดกันไม่จบ ในกระทู้นี้ผมก็พิมพ์ได้อีกเป็นหน้าๆ

แต่ผมบอกได้สั้นๆ ง่ายๆ เลยว่าถ้าคุณไม่ได้เป็นลูกเสี่ยและอยากจะเป็นมืออาชีพจริงๆ นี่นะ อย่าทะลึ่งเล่นกล้องฟิล์มก่อน หรือถ้าจะเล่นจริงๆ ต้องอยู่ในความควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ และดูหน้าเขาให้ดีว่า เขาปรกติหรือเปล่า? (ถ้าเห็นว่าเป็นคนผิดปรกตินี่ให้รีบแจ้นเลย ก่อนเสียเวลาเปล่า) มีความรู้จริงหรือเปล่า? ทำในสิ่งที่คุณไขว่คว้าจริงๆ หรือเปล่า? ความคิด มุมมอง วิสัยทัศน์เขากว้างแค่ไหน? ประสบการณ์เป็นอย่างไร? ทดสอบเขาก่อนเลย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของ 'ชีวิต' ไม่ใช่ละครสามตอนจบ

ไม่งั้นคุณอาจจะผิดหวังอย่างแรงได้ อย่างผมตอนนี้ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำไป

อืม... แต่ถ้าคุณถ่ายภาพเล่นๆ ก็อีกเรื่อง


ปล. ถามอะไรที่พาดพิงคนอื่นเชิญหลังไมค์นะครับ

Link: http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O2970054/O2970054.html

อยู่ในห้อง Nikon ดีใจมากๆ ที่เห็นมัน โดยช่วงที่ผมพิมพ์กระทู้นั้นเป็นช่วงก่อนที่ผมจะสติแตกทีหลังเพราะเสียเงินไปเป็นแสนๆ แล้วเพิ่งรู้ว่า 'ดิจิตอลดีกว่า' ฟิล์ม หึหึ

เก็บเนื้อหาไว้สักหน่อย...

ฟิล์มสไลด์ระดับ consumer หรือฟิล์มระดับผู้บริโภค :-
1. Kodak Elite chorme ฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มยอดนิยมสำหรับหลายคนทีเดียวครับ โดยเฉพาะชาวโลโม่ (Lomo, Lomography เป็นแนวทางการถ่ายภาพอย่างหนึ่ง โดยเน้นความจริงใจในการนำเสนอภาพเป็นหลัก หรือถ่ายด้วยใจแต่มีศิลปะ) และขาครอสมือใหม่ (Cross = Crossprocess ในที่นี้หมายถึงการนำเอาฟิล์มสไลด์มาล้างในน้ำยาของฟิล์มเนกาทีฟ) เห็นขายดี เท่าที่เห็นจะมีขายรุ่น ISO 100 ที่หาได้ทั่วไป ส่วน ISO 200 จะหาได้เป็นบางร้าน เป็นฟิล์มที่ให้สีตรงดีทีเดียว โดยสีสันนั้นจะสดกว่าฟิล์มสไลด์ค่ายตรงกันข้ามในระดับเดียวกัน (Fuji Sensia) ส่วนสนนราคานั้น ISO 100 จะอยู่ไม่เกิน 140 บาทครับ ถ้า ISO 200 ก็จะราคาไม่ควรเกิน 160 บาท
2. Kodak Elite chorme Extracolor เท่าที่เห็นมีขายจะมี ISO 100 อยู่เพียงรุ่นเดียวครับ โดยเป็นฟิล์มที่สีสันสดใสมากๆ แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้ามาถ่ายภาพวิวนั้นคงไม่เหมาะเพราะให้สีของท้องฟ้าที่ผิดเพี้ยนมากเกินไป แต่กับดอกไม้แล้วถือว่าสวยมากทีเดียวครับ (ส่วนตัวชอบกว่า Velvia ครับ) ราคาไม่ควรจะเกิน 160 บาท
3. Fuji Sensia เป็นฟิล์มสไลด์ระดับ consumer ตัวเดียวของฟูจิ ให้สีสันที่เที่ยงตรงแต่อ่อนตรงสีสัน และคอนทราส เมื่อนำมาถ่ายสถาปัตยกรรมแล้วชอบทีเดียวเพราะว่าสีไม่เพี้ยนง่ายเนื่องจากสีมันไม่สด โดย Sensia นั้นจะมีค่า ISO 100, 200 และ 400 ส่วนราคานั้นทราบแต่ ISO 100 ซึ่งไม่ควรขายเกิน 140 บาท

ฟิล์มสไลด์ระดับโปร หรือมืออาชีพ (Professional) :-
1. Kodak E มีหลายตัว ราคาอยู่ที่ประมาณ 200 – 250 บาท
- E100G ตัวนี้จะเด่นตรงเกรน โดยจะมีเกรนละเอียด ละเอียดกว่า E100VS? ตามที่โกดักคุย (Extremly Fine Grain) แต่ตัวนี้ผมไม่มีค่า RMS ครับ ว่าเกรนละเอียดเท่าไหน สีสันสดใสในระดับใช้ได้
- E100GX ฟิล์มตัวนี้จะเหมือนกับ E100G ครับ แต่จะให้สีโทนอุ่นกว่า (Extremly Fine Grain/ Warm Balance)
- E100VS โดย VS ย่อมาจาก Very Saturated ถ้าจำไม่ผิด โดยผลิตมาแทนที่ฟิล์มรุ่น E100S โดย S ย่อมาจาก Saturated ซึ่งหมายถึงสีสันที่อิ่ม ฟิล์มให้สีสันที่สดใสมาก โดยจะออกไปทางเหลืองนิดๆ เหมาะสำหรับถ่ายภาพในวัดพอสมควร (ในที่แจ้ง ถ้าถ่ายพระประธานผมว่า EPP หรือ E100G จะออกมาดูดีกว่า) สีฟ้าในเวลากลางวันดูแล้วอุ่นไปนิด แต่เวลาเย็นๆ หรือช่วงผีตากผ้าอ้อมแล้วคงต้องยอมฟิล์มตัวนี้ครับ
- E200 เป็นฟิล์มที่ไว้สำหรับ push ของโกดัก โดยตัวฟิล์มจะสามารถพุชได้ถึง ISO 800 แต่ผมยังไม่เคยพุชที่เลือกใช้ในบางครั้งเพราะค่า ISO 200 และชอบที่สีสันอิ่มตัว แต่ไม่เพี้ยนจนบางทีก็เหลืองเหมือน E100VS

2. Kodak EP ฟิล์มในอนุกรม EP นี้เท่าที่ฟังมาหลายคนบอกว่าให้สีตรง ซึ่งเท่าที่ทดลองมาก็จริงอย่างที่เค้าพูดกันครับ บางครั้งฟิลเตอร์แก้สีก็ทำให้สีมันแปร่งๆ ไปเลย ไม่ควรใช้ครับ
- EPP เป็นฟิล์มระดับ ISO 100 สีตรง
- EPT เป็นฟิล์มระดับ ISO 160 ”แต่เป็นฟิล์ม Tungsten” โดยจะให้สีที่เที่ยงตรงเมื่อถ่ายภายใต้แสงทังสเตน ฟิล์มประเภทนี้ผมมีดองไว้อยู่นานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสนำไปใช้สักทีครับ ส่วนมากใช้ฟิลเตอร์แก้สีเอามากกว่า แต่เท่าที่ดูภาพมา ฟิล์มทังสเตนจะให้สีสันที่ดีกว่าการใช้ฟิลเตอร์แก้สี ยกเว้นการถ่ายภาพบางอย่าง เช่น พระประธานในโบสถ์ คิดว่าสีสันจากฟิล์มทังเสตนไม่น่าจะสู้ฟิล์มธรรมดาได้ครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นความคิดเห็นของผมเองทั้งสิ้นนะครับ ยังไม่ได้ทดลองทำจริง (มีฟิล์มอยู่กะมือแท้ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า) ตัวนี้ราคาราวๆ 280 บาทครับ
- EPL เป็นฟิล์มระดับ ISO 400 ครับ เกรนอยู่ในระดับใช้ได้ แต่ตัวนี้ผมว่าสู้ Provia 400F ไม่ได้ แต่ EPL จะราคาถูกว่าพอสมควร ซึ่งถ้าต้องการคุณภาพมอง Provia 400F ดีกว่า
- EPH ฟิล์มจริงๆ น่าจะเป็นฟิล์มแบบ multi-speed มากกว่า แต่ว่าบนกล่องและค่า DX code ดันทะลึ่งแปะไว้ว่า ISO 1600 ซึ่งในการล้างจริงๆ นั้นต้อง push 2 stop และป่วยการที่จะถ่ายที่ ISO 400 เพราะตัวฟิล์มมีราคาแพงมาก คือ 290 บาท เท่ากับ Provia 400F แต่เกรนสูงกว่ามาก (ทั้งที่ ISO 400 และ ISO 1600) นอกจากนี้เกรนที่ ISO 400 ผมว่ามากกว่าตัว EPL เสียอีก เลยคิดว่าจะไม่ใช้และไปใช้ Provia 400F push แทนแล้ว เพราะชัวร์กว่าที่จะต้องมาเสี่ยงกับการที่เด็กร้านสัปเพร่าเห็น ค่า ISO 1600 จึงสำคัญผิดว่าไม่ต้องพุช เพราะค่า ISO บนกล่อง และในกล่องก็ไม่มีระบุการเพิ่มเวลาล้างใดๆ ไว้เลย

3. Fuji Provia เป็นฟิล์มระดับมืออาชีพที่ฟูจิเคลมว่าให้สีสันเที่ยงตรงตามธรรมชาติ (Natural color) อิ่มตัว คอนทราสปานกลางโดยจะมีอยู่ 2 รุ่นครับ :-
- Provia 100F หรือ RDP III มีค่า RMS 8 (ความละเอียด ยิ่งน้อย ยิ่งดี) สามารถพุชได้ถึง ISO 400 ตามที่ระบุ แต่ก็เคยเห็นคนพุชฟิล์มตัวนี้ถึง ISO 6400 เหมือนกัน โดยพิมพ์ขนาด A4 ออกมาแล้วยังอยู่ในขั้นพอจะยอมรับได้ ราคานั้นไม่แน่ใจแต่ถูกกว่า Velvia (* ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้ใช้ Provia 100F เพราะจะใช้ Velvia 50 คู่กับ Provia 400F มากกว่า)
- Provia 400F หรือ RHP มีค่า RMS 13 สามารถพุชได้ถึง ISO 6400 ราคาไม่เกิน 300 บาท เท่าที่ลองใช้เกรนละเอียดมากๆ เมื่อเทียบกับ EPL แต่ราคาสูงกว่า เจ้า Provia 400F ส่วนตัวแล้วชอบมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้กับแฟลช เนื่องจากเป็นฟิล์ม ISO 400 เพียงตัวเดียวที่ให้รายละเอียดได้สูงที่สุดสำหรับสไลด์ ISO 400 เมื่อใช้กับแฟลชบางครั้งอาจจะได้ฉากหลังที่สว่างขึ้นเพราะไวแสงกว่าฟิล์ม ISO 100 อยู่ถึง 2 สตอป แต่ถ้าเป็นไปได้ (คือมีเงินหน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า) คงจะพกฟิล์มไปหลายตัว เผื่อในหลายๆ กรณี เพราะฟิล์มมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน

4. Fuji Velvia ชื่อฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มที่มืออาชีพยอมรับกันมานาน ให้สีสันจัดจ้าน (Beyond color) โดยเฉพาะสีเขียวและสีแดง คอนทราสสูงที่สุดสำหรับฟิล์มฟูจิ (ยกเว้น Fortia ที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะบ้านเราคงไม่เอามาขาย)
- Velvia หรือ RVP มีค่า ISO 50 ไม่นิยม push สีสันเป็นเอกลักษณ์ เกรนละเอียด (เพราะเป็นฟิล์มต่ำ คือ ISO 50) เป็นที่ยอมรับถึงแม้จะมี RVP 100 (Velvia 100 ที่มีวางจำหน่ายในเฉพาะประเทศญี่ปุ่น) และ RVP 100F (Velvia 100F) ออกมาแทนที่แล้วก็ตาม ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าฟิล์มตัวนี้สีเพี้ยนง่ายมากถ้าหากถ่ายภาพออกมาอันเดอร์ ราคาของฟิล์มตัวนี้อยู่ที่ไม่เกิน 250 บาท
- Velvia 100F หรือ RVP 100F เคยใช้ครั้งเดียวเพราะได้ฟรี เพราะคิดว่ายังสู้ Velvia ไม่ได้ (กระแสมันแรง) แต่ ISO สูงกว่า ค่า RMS คือ 8 เท่ากับ Provia แต่สีคนและคอนทราสคนละสไตล์กัน อ้อ สำหรับ Velvia 100 ที่มีขายในญี่ปุ่นนั้นเท่าที่ลองมาม้วนนึง และดูจากของคนอื่น รู้สึกว่าคอนทราสมันต่ำ และสีแดงไม่สดเท่าที่ควรเลย

5. Fuji Astia เป็นฟิล์มที่มีคอนทราสต่ำมาก สีตรงและสีผิวมนุษย์ที่ยอมรับได้ (True-to-life Color & Exeptional Skon Tones) ส่วนตัวแล้วไม่เคยลอง แต่ชอบและอยากลอง ค่า RMS = 7 คือ น้อยที่สุดสำหรับฟิล์ม ISO 100

6. Fuji 64T Type II เป็นฟิล์มทังสเตน ไม่เคยเห็นตัวจริงเหมือน Astia


หล่ออ๊ะป่าว อิอิ

ตอนมอต้นไม่ค่อยมีรูปตัวเอง หนักไปทางถ่ายภาพอะไรไร้สาระเสียมากกว่า โดนแม่ด่าประจำว่าทำไมถ่ายภาพไม่มีรูปตัวเอง เสียดายภาพที่ถ่ายเองที่เก่ากว่านี้หายไปหมดแระ เส้าจริงๆ เรย ^^



ตัวนี้เฉพาะตัวกล้อง กล่อง คู่มือผมได้มา 8,400 บาท ถ่ายไปไม่กี่ม้วน เสร็จแล้วไม่ได้ใช้เลย ขายดีกว่า กล้องยังใช้งานได้ดีนะครับ เพราะลองถ่ายเทียบกับดิจิตอลแล้วระบบกลไกยังทำงานดีอยู่ ถ่ายออกมาได้ตรงกับดิจิตอลเด๊ะ แต่สภาพภายนอกของกล้องตัวนี้จะไม่สวยเท่าใดนัก และกล้องเป็นรุ่นเก่ามาก เลยไม่มีระบบวัดแสงในตัวกล้อง

เจ้า Rolleiflex Automat รุ่นนี้ใช้เลนส์ Zeiss-Opton Tessar T Nr 76271 คุณภาพดีมาก ไม่มี distortion ไม่มี vignette (พูดจริงๆ ไม่ได้พูดเล่นๆ แบบโชว์พลังนะ) แต่ก็มีจุดอ่อนในเรื่องโค๊ทติ้ง ให้ภาพที่มีคอนทราสดี แต่ในสภาพแสงแรงหรือย้อนยังสู้เลนส์รุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ diaphragm เป็นแบบ round กลมป๊อก มีใบเยอะมาก (ราวๆ ยี่สิบใบมั้ง ผมไม่ได้เปิดดู พอดีกล้องมีฟิล์มอ่ะ) ให้ฉากหลังที่สวยทีเดียว ส่วนทางยาวโฟกัสอยู่ที่ 75 mm. กว้างกว่าเลนส์นอร์มอลของกล้องมิเดียมฟอร์แมตทั่วไปนิดหน่อย (แต่จริงๆ แล้ว 6x6 ช่วงนอร์มอลจะอยู่ที่ 75 mm. นี่แหล่ะ ถ้าเป็น 80 mm. จะเทียบเท่ากับ 55 mm. ในระบบฟิล์มแบบ 135)

สภาพกล้องไม่สวย สีลอก มีบุบบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มีส่วนไหนเสียหาย นอกจากนี้ ตัวนี้ยังมีกล่องและคู่มือมาให้ด้วย ถือว่าเหลือเชื่อ สำหรับกล้องอายุอานามปาเข้าไปตั้ง 50 ปี (ราวๆ ดูจากเวบ Rollei อะไรสักอย่าง จำลิ๊งค์ไม่ได้แล้ว) สภาพภายในถือว่าดีมากๆ ไม่มีส่วนไหนสึกหรอ หรือว่าลอกถลอก ขึ้นฝ้า ขึ้นรา แต่ช่องมองถือว่าไม่ดีนัก มืด และปรอทเริ่มแตกลอกแล้ว

กล้องโรลลายเฟล็กซ์นั้นจะเหมือนกับกล้องที่ใช้ช่องมองแบบระดับเอว (Waist-level finder) ทั่วไป คือ เห็นกลับซ้ายเป็นขวา ได้ไปแรกแนะนำให้ถ่ายลมก่อน (ถ่ายโดยไม่ใส่ฟิล์ม) เพื่อให้ชินกับกล้อง แต่กล้องแบบ TLR นั้นก็ถือว่าได้เปรียบกล้องแบบ SLR ทุกรุ่น ทุกแบบ ทุกตัว เพราะอย่างตัวนี้ถึงจะเป็นเลนส์นอร์มอลก็จริง แต่สามารถถือถ่ายด้วยมือเปล่าที่ความไวชัตเตอร์ระดับ 1/5-1/10 แล้วยังมีโอกาสที่จะได้ภาพชัดๆ คมๆ อัดออกมาแล้วตกใจได้ (ไม่เว่อร์ไปหรอกครับ แต่เวลาถ่ายภาพ ต้องรู้จักควบคุมลมปราณทั้งแปด ไม่ให้ธาตุไฟแตกซ่าน กระซานเซ็นด้วยนะ) ไม่เหมือนพวก SLR นั้นความไวชัตเตอร์ขนาดนี้นั้นเป็นไปแทบจะไม่ได้ถ้าใช้เลนส์นอร์มอลที่ไม่มีระบบกันภาพสั่นไหว (VR, IS, OS, Anti-Shake, Steady shot หรือจะลอง Nikon AF 28 f/1.4D ดูก็ได้รับรอง 1/10 ภาพออกมานิ่งเชี๊ยะ ในราคาที่ถูกกว่าไลก้าหน่อยนึง ไม่ถึงแสน อิอิ, อ้อ Bron ETR นี่ถ้าถ่ายความไวชัตเตอร์ต่ำกว่า 1/30 ต้องล็อคกระจกทุกภาพนะ D40X ก็ถ้าขาตั้งไม่ดีช่วง 1/8-1/30 นี่ชอบไม่ชัดประจำ เล่นเอาเซ็งโลก แหม๊ อุปกรณ์ไม่สำคัญ อุตส่าห์เสียค่ารถ เสียเวลาเตรียมการณ์เป็นปี เพื่อให้ได้ภาพเพียงเพื่อมาดูเล่นงั้นเหร๊อะ??? :P)

* เพิ่มเติม 5 ตุลาคม พ.ศ. 2550 เรื่อง D40X ภาพสั่น เกิดจากเลนส์ 70-180 micro ของผมคลอน พอรู้ก็ได้ส่งศูนย์บริการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อย หายคลอน แต่ไม่รู้ถ่ายแล้วจะหายสั่นหรือเปล่า? โปรดติดตามตอนต่อไป

* เพิ่มเติม 17 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ตกลงว่ามันเป็นที่กล้อง เลนส์ก็ทำมาแล้ว ขาตั้งก็ใช้ตัวใหม่ เซ็งมากเลยตอนนี้ กลุ้มใจ ใครหนอ มันว่าอุปกรณ์ไม่สำคัญ (บอกว่า "กล้องเป็นเพียงแค่กล้องมืดสำหรับบันทึกภาพเท่านั้น" จริง แต่กล่องมืดห่วย ภาพก็เฮงซวย :P) อยากเอาขาตั้งไปเสียบตูดมันจริงๆ เลย

ราคานี้ไม่แพงครับ เอาเงินไปซื้อ Hasselbald มีหวังได้แค่เลนส์ ไม่ก็บอดี้ แถมเลนส์ Hass นี่วิกกี้น่าดู (แต่ก้อเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง คล้ายกับพวกโลโม่ โฮลก้า) อ้อ อย่าว่าแต่ Hass เรย ราคานี้ซื้อ Bronica หรือ Mamiya นี่จะได้แบบไหนมาหว่า??? ส่วนเรื่องคุณภาพ ความละเอียดเมื่อใช้กับแสกนเนอร์แบบบ้านๆ (Epson Perfection 4180 Photo) ก็สูสีกับกล้องดิจิตอลระดับสิบล้าน ถ้าอยากดูขอมาได้เลยครับ เดี๋ยวจัดให้

เอาเป็นว่าไม่พิมพ์มากแระ ขายของๆๆ มีอะไรสงสัยโทร. มาถามจ้า หรืออ่านเพิ่มเติมที่
http://hotduckz.multiply.com/reviews/item/6

ส่วนของแถม ผมจะแถมฟิล์มให้ด้วยดังนี้ :-
- Neopan Acros 100 ไม่มีกล่อง
- Fortepan 100 วันหมดอายุเลือนไปแล้ว
- Shanghai GP3 100 จำนวนสองม้วนหมดอายุเดือนกุมภาพันธ์ 2008
- TMAX 400 หมดอายุเดือนสิงหาคม ปี 2008
- Velvia 50 หมดอายุไปแล้วเดือนมกราคม ปี 2007

ที่แถมเพิ่มเติมอีกจะมีเครื่องวัดแสง DeJur Profeesional (ตัวนี้ดีกว่า Gossen Pilot 2 เสียอีก เพียงแต่ว่าพวกเครื่องวัดแสงรุ่นเก่าๆ พวกนี้จะใช้กับที่ร่มไม่ค่อยจะได้) สภาพก็ตามกาลเวลา นอกจากนี้ก็จะมีแถมฟิลเตอร์ Rollei F&H Duto ให้ (ของแท้ ซื้อแยกก็หลายตังแย้ว) ฟิลเตอร์ อะแดปเตอร์ กระเป๋าหนังเก่าๆ และสายลั่นชัตเตอร์แบบสายเหล็กถักให้อีกหนึ่งเส้น

ทั้งหมดนี้ขาย 8,000 บาท หรือแลกกับเลนส์ Nikon (ยินดีเพิ่มเงิน) และแถมฟรี สายสะพายกล้องแบบเส้นเล็กเป็นพิเศษ สีเหลืองดำ ของ Nikon 1 เส้น (ผมมีรุ่นแบบเดียวกันนี้แต่เส้นใหญ่อีกสามอัน สองอันสภาพดีขายเส้นละ 550 บาท สภาพโทรมขาย 300 บาท ราคานี้ฟรีค่าส่ง EMS, อ้อ รุ่นเล็กจะไม่มีตัวหนังสือ Nikon สีดำบนสาย ใส่แล้วเข้ากั๊น เข้ากันกับ Rolleiflex มากๆ เรย)


สนใจติดต่อ 08-1910-3579 สายเป็ดนะครับ


ปล. ขออภัยที่ภาพไม่สวย อุปกรณ์ไม่พร้อม ผมใช้ SB-800 ตัวเดียว กล้องก็แค่ SLR มิใช่กล้อง View ว่าแต่แค่ PC เลนส์ตอนนี้ก็ได้แค่น้ำลายหก เจ็ด แปด เก้าสิบ นึง ซ่อง ส้ำแระ

Pages:12345
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help