Thanatham's posts with tag: portfolios
| Start: | Jul 12, '08 | | End: | Jul 19, '08 | | Location: | Indonesia |
ไปกับแก๊งค์สีรุ้ง คิดว่างานนี้จะเป็นงานแรกที่เอาจริงในอาชีพนักถ่ายภาพ รายละเอียดยังไม่ค่อยมี หากใครสนใจแจมได้ครับ โดยเมาท์ โบร่โม่นี่จะเป็นภูเขาไฟที่มีลักษณะเด่นทางภูมิศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ถ่ายภาพมาใครก็ต้องว่าสวย อิอิ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Mount_Bromo

|  | D40X ISO1600 18-200VR แวะไปดูรูปที่ได้รางวัลมา
ได้รูปติดมือมาแค่นี้แหล่ะ ขี้เกียจถ่ายเพราะคอมพิวเตอร์ค่อนข้างจะช้า ภาพแรกทำอยู่ครึ่งชม. (แค่เซฟอย่างเดียวก็ห้านาทีแร้นน แม่เจ้า) อ้อ ไม่ได้เอาขาตั้งไป ไปถึงก็โซ่โล่เรย พันหก เฉิบๆๆ ปรากฎว่ากล้องใช้ได้ครึ่งปี มีฮอตซะแระ แต่ถือว่าดีกว่ารุ่นเก่าๆ เยอะ เก่ามากๆ ลายพร้อยตั้งแต่ ISO ต่ำๆ เลยทีเดียว |

|  | มีอยู่งานนึง ผมต้องก็อปปี้หนังสือ 108 หน้า ให้เป็นไฟล์คอมพิวเตอร์ จะซื้อแสกนเนอร์ก็ไม่คุ้ม เครื่องนึงไม่ใช่ถูกๆ จากประสบการณ์ผมใช้มาแล้วสองเครื่อง เครื่องแรกเป็นของไม่มียี่ห้อ ซื้อมาเจ็ดพัน แสกนได้ 2,500 รูป เจ๊งซะแระ อันใหม่เป็นของมียี่ห้อ ดังซะด้วย แสกนไปหวิดหมื่นแล้วยังดีอยู่เลย
ช่วงนั้นผมใช้กล้องดิจิตอล (ซื้อมาสี่หมื่น ถ่ายไปแสนสี่หมื่นรูป แล้วขายไปเจ็ดพัน เพราะซื้อแบตปลอมมาใช้แล้วทำกล้องรวนไปเลย) ก็เลยคิดวิธีที่ไม่ต้องซื้อแสกนเนอร์ แต่สามารถได้ภาพที่ดูดีเหมือนใช้แสกนเนอร์ได้ ก็เลยคิดไอ้นี่ขึ้นมา
หลักการก็คือ ให้มีที่ให้จับไฟได้สองข้างในระนาบเดียวกัน แค่นี้เอง
อุปกรณ์ก็ใช้ท่อ PVC เมื่อสี่-ห้าปีก่อน (ครับนี่เป็นไฟล์จากเมื่อห้าปีก่อน พอดีกำลังจะลบทิ้ง) จะไม่มีท่อ PVC สีขาวขาย ผมเลยต้องใช้สีฟ้านี่แหล่ะ (สะท้อนเห็นในวัตถุมันวาว บางทีดูแล้วทุเรศมาก) แนะนำให้หาสีขาวมาใช้จะดีกว่า ส่วนถ้าขี้เกียจตัดเอง ก็ให้ร้านเค้าตัดให้ได้นะครับ แต่ผมดันซื้อเลื่อยมารอก่อนแล้ว เลยเอามาตัดเองที่บ้านซะเลย (แถมเลื่อยผมซื้อมาแพงกว่าของหรูๆ ในโลตัสอีก เซ็งโคตร)
ปล. ใช้ไฟแฟลชภาพสวยกว่านะ แต่ลงทุนสูงกว่า (กลัวมีคนไม่รู้ นึกว่าป๋ม XXX) |

|  | จริงๆ ผมไม่ชอบถ่ายภาพแนวนี้เลยนะ สาเหตุเหรอ?
1. การถ่ายภาพคนแล้วนำภาพเขามาเผยแพร่ในที่สาธารณะเป็นการไปยุ่งกับชีวิตของคนอื่น บางครั้งภาพๆ นึง จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล แต่จะดี หรือร้ายก็คงแล้วแต่โชคชะตา ซึ่งผมคิดแล้วเครียดแทนเค้าว่ะ (อืม ผมคิดมากไปหรือเปล่า???)
แต่บางคนก็บ่น ผมฟังแล้วก็สลดนะ แต่ที่ฮาๆ ก็มี "ไม่อยากให้ถ่ายเลย กลัวรูปไปโผล่แถวๆ โคลัมเบีย" 55
2. จะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งทำให้ผมเกลียดภาพชีวิต (Life) เพราะเค้ามากำหนดว่า ภาพชีวิตเนี่ยจะต้องถ่ายพวกที่ยากจน หรือว่าด้อยโอกาส ซึ่งมันดูแล้วสลด และอนาถใจมากๆ เลย แล้วหนำซ้ำยังบอกว่าภาพชีวิตยุคใหม่เป็นภาพแฟชั่นหรือมีคุณค่าน้อยกว่าอีกต่างหาก เอ๊า!! เอากับมันสิ (เอ่อ ไม่ต้องบอกให้ผมไปเถียงกับเขานะ ขนาดนี้เรื่องพื้นๆ แบบนี้ยังไม่รู้เรื่อง ผมยังสติดีเกินกว่าจะเอาชีวิตไปเสี่ยงกับคนพวกนี้อ่ะ, ถึงชีวิตผมจะไม่ค่อยมีค่าก็เหอะ เอ๊ะ หรือพวกเค้ากำลังหาทางทำเงินจาก 'ฝีปาก' อยู่นะ อิอิ)
3. ผมถูกเลี้ยงมาในครอบครัวที่ปลูกฝังอะไรผิดๆ มาตลอด ทำให้สื่อสารกับคนทั่วไปไม่ได้เลย ยิ้มลูกเดียว ทำให้ไม่ค่อยได้ภาพที่ดีนัก คือ ผมพูดไม่เก่ง, เจ้าอารมณ์, เห็นตัวเองเป็นใหญ่ ประมาณนั้น
4. ส่วนมาก "คน" กับ "ชีวิต" จริงๆ จะอยู่ในที่ร่ม หาน้อยมาก ที่จะออกมาตากแดดหรืออยู่ในที่ที่แสงดีๆ ทำให้ถ่ายภาพยาก เมื่อก่อนผมต้องซื้อเลนส์ตัวเกือบครึ่งแสนเพราะต้องการรูรับแสงกว้างๆ ให้มันถ่ายได้ง่ายๆ แต่สุดท้ายก็เจอปัญหาเรื่องชัดลึกไม่พอ (อ๊ะๆ อย่ามาหลอน ภาพบางภาพก็ต้องชัดลึก ดูยูอันเดอร์แสต๊นด์ ออร์ยูคว๊าย? คว๊าย อาร์ ยู๊?) ซึ่งผมใช้เวลาแก้ไขอยู่เป็นปีๆ เพราะส่วนมากพวกอาจารย์หรือผู้ 'ทำเป็น' รู้มักจะตอบขอไปที พูดไปเรื่อย เพราะ "อัตตา" เค้าแรงมาก คือ 'กูไม่รู้อะไรสักอย่างหรอก แต่จะตอบ' คำตอบก็มักจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย (บางทีปิดท้ายด้วยผมมันโง่ อะไรประมาณนั้นอีก) ทำให้ผมต้องหาทางของตัวเอง หมดเงินไปเยอะเหมือนกัน (หลายแสน, คนรู้จริงก็มีเหมือนกันนะ แต่ส่วนมากเค้าไม่ยอมมาเถียงกับพวกนี้ ซึ่งผมกว่าจะเจอตัวเค้าผมก็อ่วมไปแล้ว) เช่น
- คนกลุ่มนี้จะบอกว่า "ฟิล์มดีกว่าดิจิตอล" - พอผมบอกว่าความไวชัตเตอร์ไม่พอ ก็บอกให้ใช้ฟิล์ม ISO สูงๆ - พอผมใส่ฟิล์ม ISO สูงๆ ไว้ตลอด ก็ถามว่าใครสอนให้ใช้ฟิล์ม ISO สูงๆ ถ่ายกลางวันแสกๆ - พอผมเปลี่ยนไปใช้สองบอดี้ ก็บอกมารุมเหน็บผมว่า "บ้าอุปกรณ์" (ธ่อ ไอ้หัวอวัยวะเพศชาย หัดพูดอะไรที่มันดูมีมันสมองบ้างนะ...) - แต่พอผมเปลี่ยนฟิล์มเข้า - ออก ฟิล์มมันก็เป็นรอย อาเฮียเอ๊ย... แล้วจะให้กูทำยังไงวะนี่ไอ้สาดเนี่ย สาดเนี่ย... บอกแล้วว่าไม่ให้สาด - แล้วสุดท้ายค่าฟิล์ม + ค่าเสื่อมกล้องรวมๆ กันได้แล้วได้กล้องดิจิตอลโปรฯ ตัวนึง ไม่เห็นไอ้พวกชอบเสือกออกมาขออภัยสักคน!! ซ้ำเติมอีกต่างหาก + ก่อนเปลี่ยนเป็น D-SLR ก็หน้ามืดไปเอากล้องคอมแพคอีก อุปกรณ์ไม่สำคัญ คิดงั้น เจอต่างประเทศตีงานกลับจนมึน กินไม่ได้ นอนไม่หลับไปหลายวัน เล่นเอาหายบ้า สุดท้ายถ่ายเล่นก็เจอชัตเตอร์ lag, มุมกว้างไม่พอ, Isolate ไม่ได้อีก สารพัด ฯลฯ เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ก็ต้องมี D-SLR เป็นของตัวเอง ได้ที่ส่งงานใหม่ก็รับแต่ D-SLR (งดฟิล์มเด็ดขาด, โห ฟิล์มแม่งสุดยอดดด สุดยอดดดด) + คุยกะไอ้พวกนี้โทรไป 1900-1900-1900 จะได้คำตอบที่ถูกต้องนะค๊าบมากกว่านี้ พวกนี้มันเซ่อออออ + คือง่ายๆ จะบอกว่าจัดถ่ายสิดี อ้อ ดีทริปนึงกี่พันหล่ะ ทริปของท่านๆ อ่ะ แล้วผมจะได้เงินกลับมาเท่าไหร่เชียว? เห็นก็มีแต่ท่านๆ หล่ะครับที่ได้ประโยชน์จากการจัดถ่าย
5. ตอนหัดใหม่ๆ ผมเกือบโดนฆ่าตายไปแล้วหนนึง เพราะว่าอ่อนประสบการณ์ คือ เข้าไปถ่ายในที่ๆ สถานการณ์รุนแรง (ช่วงที่เค้าฆ่าตัดตอนยาบ้า) โชคดีที่กล้องตอนนั้นเป็นดิจิตอล ทำให้กดภาพให้ "มัน" ดูได้ ไม่งั้นกูคงตายไปแล้วมั้ง สัด... ตั้งแต่นั้นมาก็เลยเลิกถ่ายภาพแนวนี้ไปประมาณสาม-สี่ปีได้ (จริงๆ สองปีก่อนก็เกือบมีเรื่องกับช่างกล เพราะมันเอาอีดาบมาซ่อนใต้เบาะหน้าที่ผมนั่ง ซึ่งผมดันยกกล้องมาถ่ายหน้าตาเฉย ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ฟิล์มม้วนนั้นผมล้างเสีย สัดเอ๊ย!!) อีกทีก็เพราะเห่อเอฟห้า หาอะไรไม่ได้ก็ถ่ายไลฟ์เล่นเอาเกือบโดนคิวมอเตอร์ไซค์รุมกระทืบ ดีนะ เกิดมาหน้าตาดี 555
ทุกวันนี้ผมเริ่มกลับมาหัดถ่ายแล้ว เพราะว่าอะไรก็ง่ายไปหมด กล้องดิจิตอลก็เริ่มถูกลง และในขณะเดียวกันคุณภาพสวนทางกับราคาแล้ว ทั้งถูก ทั้งดี ชุดนี้ผมใช้ D40X ครับ ส่วนมากจะตั้งโหมด portrait บ้างหล่ะ, sport บ้างหล่ะ โปรแกรม P บ้างหล่ะ ไม่มีหรอกที่จะตั้ง M เพราะผมเป็นคนฉลาด ปรับตัวเข้ากับทุกสิ่งทุกอย่างได้เสมอ เลยไม่ต้องยึดติด (ขอผมเบ่งมั่งดิ่, ทนอัตตาคนแก่แดด แก่ลม ตามหนังสือ, เวบบอร์ด, สมาคมฯ, ชมรมฯ แล้วนึกว่าตัวเองเก่ง เสร็จก็มากร่างใส่ผมตั้งหลายปี อึดอัดว๊อย สัด เย็ดแม่กูโดนไปเป็นล้าน ไอ้เหี้ย เหี้ยแล้วกร่าง สัดเอ๊ย โปรดฟังอีกครั้ง ไอ้สัดเอ๊ย!!! 555)
ผมไม่ขอให้ใครให้คำแนะนำนะครับ แต่ถ้าชอบให้คำแนะนำก็ขอบคุณมากๆ ครับ :D |

|  | ไปงานกาชาด ได้รูปดีๆ มาแค่นี้แหล่ะ (จริงๆ มีอีกหลายภาพอ่ะ แต่โพสต์ไปแล้วมั่ง ส่งงานไปแล้วมั่ง พวกนี้คือคัดตกแล้ว อิอิ) รูปน้องหมานั้นไม่เกี่ยวกับหัวข้อ แต่ว่าแถม แบบว่า 18-200VR โหมดสปอร์ตยิงต่อเนื่องสี่ภาพ อิอิ
ภาพอาหารที่ผมนำมาลงนี่ผมใช้เลนส์ 50 mm. เทคนิคก็เปิด f มันกว้างๆ เลย ตั้ง Optimize image เป็น More Vivid สีเลยแปร๋นๆ ส่วนค่าสมดุลย์แสง (Whtie Balance) ผมตั้งแบบ Preset คือ เล็งไปที่วัตถุสีขาวแถวนั้นแล้วถ่ายเพื่อเป็นค่ามาตราฐาน (reference) ส่วนโหมดที่ใช้นั้นผมใช้โหมดตั้งรูรับแสงเป็นหลัก (Aperture Priority) โดยตั้งค่าแสงไว้ที่โอเวอร์ 0.3 สตอป ค่ารูรับแสงที่ใช้อยู่ระหว่าง 2.2-2.5 สปีดก็อยู่ที่ช่วง 1/15-1/25 อ่า ISO-100 นะครับ ไม่ค่อยได้ภาพชัดหรอก อาศัยถ่ายต่อเนื่องเอา แล้วมาคัดเอาเฉพาะรูปที่ชัด
ภาพที่ได้มาตุ่นๆ นิดหน่อย แก้ด้วยการเซต White Point ทีเดียวจบ ย่อแล้ว sharphen เพิ่มอีกหนึ่งทีเพื่อให้ดูคมชัด (ชัดเพื่อ 'เรื่องของตรู' นะครับ อิอิ)
อืม Nikon D40X เช่นเคย ใช้การ์ด MMC ด้วยนะเอ้อ ฮรี่ๆๆ |

|  | ไม่รู้นึกยังไงถึงได้ทำไปได้ |

|  | เก็บไว้เพื่อดูความก้าวหน้าของตัวเอง
ปรากฎว่าไม่ค่อยก้าวหน้าสักเท่าไหร่ :P |
    | D40X | Mar 16, '07 4:50 AM for everyone |
 | Category: | Computers & Electronics | | Product Type: | Digital Cameras | | Manufacturer: | Nikon (ผลิตในประเทศไทย) |
เนื้อหาขอเป็นแบบซีเรียสหน่อยนะครับ
กล้องตัวนี้เป็นกล้องรุ่นที่ 4 ที่ผมประทับใจ รองลงมาจาก D2Xs, กล้องตระกูล FM, F5 ตามลำดับนอกนั้นกล้องที่ผ่านมือผมมานั้นไม่ค่อยจะมีประทับใจอะไรมากนัก นอกจากนี้ที่ชอบๆ ก็มีพวก Hasselblad และกล้องวิวที่ชาตินี้ไม่รู้จะมีบุญได้สัมผัสกับเขาบ้างหรือเปล่า? เพราะชีวิตก็ล้มๆ ลุกๆ ไม่ได้เดิน-วิ่งเหมือนคนอื่นเขา ก็ไม่รู้ใครสาปแช่งเอาไว้ (ว่าผมคือไอ้บ้าอุปกรณ์ สาปแช่งผมเพียงเพื่อจะพยายามครอบงำทางความคิดผม ตัวเองจะได้เป็นใหญ่ในหมู่คนเถื่อน ถ่วงกันไว้ ใครจะเจริญมันเกินหน้าเกินตาต้องสอยให้ร่วง...) :P
สิ่งที่ทำให้กล้องรุ่นนี้ประทับใจผมก็คือ ขนาด, ราคา และการปรับโหมดที่ย้ายจากซ้ายมาอยู่ขวา (กล้องยี่ห้ออื่นก็มีนิแต่ทำไมไม่ชอบ ก็เพราะมันใช้เลนส์ Nikon ที่ผมมีไว้เพื่อใช้งานเฉพาะทางรวมมูลค่ากว่าแสนห้าหมื่นบาทไม่ได้ ยกเว้น Canon ซึ่งถ้าจะใช้ต้องมี Adaptor มันก็ดูแล้วน่าจะสร้างปัญหาบ้าง ไม่เอาดีกว่า ไหนจะเลนส์สารพัดประโยชน์อีก แบบ 18-200 VR หาไม่ได้ ต้องไปเล่น 1Ds, 1Ds MK-II หรือ 5D กับ 28-300 IS เหรอ แค่เลนส์ก็แปดหมื่นแร้น...) ส่วนสิ่งที่ผมไม่พอใจบ้างก็ได้แก่ FP flash (Focal Plane flash ซึ่งอย่าไปรู้เลยครับว่ามันคืออะไร? บอกให้ว่าถ้าจะใช้ FP ต้องเสียบแฟลชแรงๆ ติดกล้องไว้ตลอดเวลา), แบตเตอร์รี่ที่ดูแล้วมันใช้งานได้ไม่นานเท่ารุ่นอื่นๆ และราคาแพง (แต่ขนาดเล็กได้ใจ) นอกนั้นคงไม่มีอะไรแล้ว ส่วนอย่างอื่นที่อาจจะทำให้คนอื่นไม่พอใจก็น่าจะมีเรื่องที่มันเป็น Master หรือ Commander ในระบบ CLS (Creative Lighting Flash) ไม่ได้ และ D40 นั้นวัดแสงกับเลนส์ที่ไ่ม่ใช่เลนส์ AF ไม่ได้ (ยกเว้น Nikkor 45 f/2.8) และใช้งานได้เพียงแค่โหมด M โหมดเดียว บวกกับการที่มันไม่มีมอเตอร์ในตัวกล้องทำให้ผู้ใช้กล้องต้องปรับโฟกัสเอง เมื่อใช้เลนส์ออโต้โฟกัสที่ไม่มีมอเตอร์ในตัวเลนส์ แต่แค่นี้ผมก็ว่าคุ้มแล้วสำหรับกล้องระดับราคาเท่านี้
ตอนแรกผมก็ค่อนข้างจะคิดมากกับการที่ D40 นั้นโฟกัสมือไม่ได้เหมือนกัน แต่พอนึกถึงตอนใช้ F5 กับเลนส์ AF ธรรมดาแล้ว มันช่างน่ารำคาญมาก เสียงก็ดัง แถมถ้าเป็นพวกกล้องรุ่นเล็กๆ ไอ้ AF เนี่ยส่วนมากจะโฟกัสในจังหวะทีเด็ดที่ขาดไม่ได้เสมอ ดังนั้น การใช้เลนส์ AF-s ไปเลยท่าจะดีกว่า แต่จริงๆ แล้วถ้าเราโฟกัสมือ ยืนยันจุดโฟกัสจะทำงานอยู่ตลอดนะครับไม่ว่าเราจะใช้กับเลนส์อะไร (เป็นจุดเขียวๆ อยู่ทางซ้ายล่าง แต่ไม่ค่อยเวิรค์เท่าของ F5 ที่มีบอกว่าต้องโฟกัสไปทางไหน? หมุนซ้าย หรือว่าหมุนขวาถึงจะโฟกัสได้) โดยกับเลนส์ AF ที่ผมมีผมก็มีการวางแผนจะไปใช้ (ใครเกลียดการโฆษณากรุณาปิดหน้านี้ไปก่อน อิอิ) โฟกัสซิ่งสกรีนแบบ Split field ที่มีผู้ผลิตจำหน่ายในราคาประมาณ 5,000 บาท แล้วเนื่องจากโฟกัสมือไวกว่าเลนส์ AF ธรรมดาถ้าเราใช้กล้องรุ่นเล็กๆ ในสภาพแสงน้อย
และสำหรับคนที่คิดว่าผมมี CF ตั้ง 5 กิ๊ก แล้วทำไมมาเล่นกล้องที่ใส่ SD หล่ะ???
อืม... วันก่อนไปเดินพาราก้อนมันเหลือกิ๊กละสามสี่ย้อยเองอ่า :P
แต่ผมเลือกใช้ Sandisk SD Card PLUS นะ ส่วนมันเป็นยังไง? ลอง search ดูครับผม จ๊าบดี เร็วกว่า SD ทั่วไปสามเท่า (ราคาก็ต่างกันเกือบสามเท่า) ใช้แทน trumb drive ก็ได้นะเอ้อ...
จริงๆ กล้องรุ่นนี้เหมาะสมมากสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่น ที่ต้องการการตอบสนองของกล้องที่รวดเร็ว ให้ภาพที่สวยงาม โดยเลนส์ที่ผมแนะนำก็ให้เล่นพวกรุ่นใหม่ๆ ไปเลย ตัวเดียวจบก็ Nikkor AF-s 18-200 VR ถ้าไม่จบก็เอาเลนส์คิทของมันนี่แหล่ะครับ (18-55 DX II) คมกว่า 18-200 VR อย่างเห็นได้อย่างชัดเจนด้วย ใช้ร่วมกับ 55-200, หรือ 70-300 VR ผมก็ว่าถ่ายภาพได้ทุกประเภทแล้ว ปล่อยให้ภาพประเภทสุดๆ นั้นเป็นงานของมืออาชีพเถอะครับ (พวกผมจะได้มีกินบ้าง 555) หรือของเล่นที่แพงๆ หน่อยที่ผมแนะนำสำหรับมือสมัครเล่นก็จะมีพวก 12-24 หรือ 10.5 DX ซึ่งอันนี้ต้องใช้ทักษะในการใช้พอสมควรนะครับ และราคาของเลนส์สองตัวนี้ก็แพงเสียด้วย ที่น่าเล่นอีกตัวสองตัวก็ AF-s 14-24 f/2.8 กับ 105 VR micro มีแค่นี้ก็เทพฯแล้ว เนื่องจากเดินแล้วตัวลอย (กระเป๋าเบา)
อ่านมาถึงตรงนี้ ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า Nikon D40X (27,400 บาท พร้อมเลนส์คิท) + 18-200 VR (31,900 บาท) พร้อมอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ เข้าไปก็มีราคาร่วมๆ 60,000 บาทแล้ว แต่เมื่อก่อนราคานี้คุณซื้อได้แค่กล้องดิจิตอลธรรมดาไม่ใช่ SLR นะ ผมเคยซื้อ F707 ตัวนึง 44,000 แบตสำรอง 1,980 เมมโมรี่ 128 MB แถวละ 3,000 คุณคิดดู แต่เอามาใช้จริงๆ ก็คุ้มนะ ตัวนี้ผมถ่ายไปเป็นแสนภาพ คิดว่า D40X ก็คงจะใช้ให้คุ้มเช่นกัน
จุดหนึ่งที่สำคัญ ภาพที่ได้จากกล้องแบบ SLR นั้นไม่ว่าจะเป็นยุคไหน? สมัยใด? ก็จะให้คุณภาพของภาพที่ดี ที่สูงกว่ากล้องคอมแพคทุกรุ่น ทุกตัวอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้จะต้องใช้เวลาอธิบายกันย๊าว ยาว แต่ก็ไม่ใช่ว่ากล้องคอมแพคจะไม่ดีนะ ผมก็ยังมีเก็บไว้ และยังอยากได้อยู่หลายรุ่นทีเดียว
จุดที่ทำให้ผมหันมาเล่นกล้องระดับนี้ก็คือ D2Xs นั้นยังมี noise ที่มากเกินไปในระดับ ISO สูงๆ แต่ผมต้องจ่ายเงินในราคาที่แพงกว่า D40X หลายเท่า ส่วน S5Pro (D200) นั้นก็มีแฟลชป็อปอัพ ซึ่งมีโอกาสที่จะเสียเมื่อทำกล้องตกได้เสมอ (ค่าซ่อมไม่คุ้ม เห็นส่วนมากจะเปลี่ยนกล้องกันไปเลยมากกว่า ซ่อมทีซื้อรุ่นอื่นมือสองได้ ซ่อมสองทีได้ D40x ตัวนึง) ส่วน D80 นั้นก็แพงกว่าหมื่นนิดๆ ประสิทธิภาพก็ดีครบถ้วน แต่ก็ดูป๊อกแป๊กเมื่อเทียบกับกล้องสามรุ่นที่กล่าวไป (D2Xs, D200, S5Pro) แถมท้ายมันยังโหลอีกด้วย เพราะใครๆ ก็ใช้กัน แล้วที่สำคัญเลย มันยังใช้วิธีปรับโหมดที่อยู่ทางซ้ายมืออยู่ อันนี้ทำให้ผมเกือบทุ่ม D100 หรือ S3Pro ทิ้งหลายทีแล้ว เพราะทำงานไม่ทันใจ แล้ว D50 หล่ะ ก็เหมือนกันกับไอ้สองตัวที่ผมกล่าวไป แต่ D40 นั้นย้ายโหมดมาไว้มือขวาเรียบร้อยแล้ว แถมให้ภาพที่ดีกว่า D100, D50 และเผลอๆ จะดีกว่า S3Pro ด้วย
ส่วนตัวแล้ว ผมเล็ง D40 มาก่อนที่ D40X จะประกาศด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่างานที่ผมทำนั้นเน้นเรื่องความจำนวนพิคเซล (Megapixels) เป็นสำคัญที่สุด ผมก็เลยลังเลระหว่าง S3Pro กับไอ้เจ้า D40 แถมยังมี S5Pro มาให้สับสนอีก เลยเลือกไม่ได้เสียที จน D40X ประกาศโป้งออกมานี่แหล่ะ ถึงได้ตัดใจได้เพราะมันเป็น 10.2 Megapixels ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับผู้ใช้ทั่วไปเลย (โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีงบประมาณมากนัก) เพราะ 10 ล้านนั้นดีกว่า 6 ล้านแค่นิดหน่อยเอง แต่กินพื้นที่ในการจัดเก็บมากกว่าเป็นเท่าตัว (NEF ของ D40 นั้นตกประมาณ 5 MB แต่ D40X นั้นใหญ่ประมาณ 10 MB) และยังทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงมาก ดังนั้นถ้ายังเลือกได้ ผมแนะนำให้ซื้อ D40 จะดีกว่า เชื่อผมเถอะ แค่สิบล้านกับ ISO 100 นั้นไม่จำเป็นสักเท่าไหร่หรอก
ความเร็วนั้นเป็นรอง D80 นิดหน่อย หลังจากลอง 18-200 VR ติด D80 และ D40 ในงาน Nikon day 2007 และรู้สึกได้เลยว่าช้ากว่า F6 ที่ติดเลนส์ 300 2.8 AF-s ถึงสองสามเท่าเลยทีเดียว (แหง๋หล่ะ ราคาต่างกันสองแสน หุหุหุ) จุดโฟกัสนั้น ผมไม่ซีเรียสอยู่แล้ว เพราะอย่าง D80 หรือ D200 นั้นจะมีจุดโฟกัสมากกว่าก็จริง แต่ดันไปทะลึ่งกระจุกกันอยู่กลางภาพ (จริงๆ พวก EOS ด้วย แต่ขี้เกียจพาดพิง เดี๋ยวเวบผมจะเปรอะ ก๊ากก ฮ่าฮ่าฮ่า) พูดแล้วกลุ้มใจไม่ได้อย่างใจโจ๋เรย
คุณภาพไฟล์เหรอ? ดิจิตอลเนี่ยครับ ยิ่งใหม่ยิ่งดี ขนาดว่าข่าวมาว่า D80 ใช้ CCD ตัวเดียวกับ D200 แต่พอมีการทดสอบกลับเป็นว่า D80 นั้นคมชัดกว่า D200 อยู่นิดหน่อย ซึ่งผมก็ไม่ได้ไปซีเรียสอะไร มันจะชัดหรือไม่ชัดก็ช่าง เพราะไม่มีใครให้เงินผมเพิ่มเนื่องจากภาพคมชัด ส่วนเรื่อง noise ก็เหมือนกัน รุ่นใหม่ ก็จะดีกว่ารุ่นเก่าขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ D200 ยังมี banding ด้วย (ภาพขึ้นเป็นเส้นๆ คล้ายกับ pattern noise ของ EOS 5D) ส่วน S5 ที่ให้ภาพดีสม 12 ล้านจริงๆ ไม่เหมือนกับ S3Pro ก็ยังมีปัญหาเรื่อง moire pattern และ bridge pixels อีกเหมือนเดิม หุหุหุ พวกนี้มีผลกับลูกค้าที่ชอบเปิดไฟล์ดูแบบ 100% ครับ (เหมือนกับพวกบ้าอุปกรณ์บ้านเราที่ชอบเปิดไฟล์ดูใหญ่ๆ แล้วโวยวายว่า ดิจิตอลภาพไม่ดีอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ทีกล้องฟิล์มหล่ะ แค่เอาลูป 5-15 เท่าส่องแล้วบอกว่า 'แจ่ม' กว่าดิจิตอล โถ ไอ้บ้า... ไว้มาแสกนภาพไฟล์ละชม. บ้าง แต่ ถ้าทำแล้วได้เงินดีว่าไปอย่าง อิอิ)
เรื่อง DR (หรือ Dynamic Range) ก็เช่นกัน ยิ่งใหม่ ยิ่งดี
อ้อ แต่กล้องรุ่นเล็กๆ นี่จะเป็น NEF Compressed (RAW ที่ถูกบีบอัดขนาดของไฟล์) นะ ซึ่งผมว่าไม่ใช่เรื่องซีเรียสอะไร เนื่องจากแค่ NEF Compressed นี่ คนไม่ได้มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์กราฟฟิคนั้นจะรีดประสิทธิภาพของมันออกมาได้หมดหรือเปล่าเหอะ อีกเรื่องก็คือเรื่อง ฟิลเตอร์ AA นั้นจะเป็นคนละตัวกัน ซึ่งอาจจะเกิด moire atifact ได้ง่ายกว่ากล้องรุ่นใหญ่ๆ และฝุ่นก็จะจับตัวติดที่ฟิลเตอร์หน้า CCD นี่ได้ง่ายกว่า (เพราะเป็นแบบ Non anti-static) แต่คุ้มหรือเปล่า? และไอ้ที่ผมพูดไป คุณรู้จักมันหรือเปล่าว่าคืออะไร? ผมถามแค่นี้แหล่ะ
อ้อ เดี๋ยว!! ติดเบรคก่อน ที่ผมไม่เอากล้องแคนนอนเพราะว่าผมมองทั้งระบบแล้ว ระบบของหนอนนั้นแทบจะไม่เหมาะสมกับผมเลย (ยกเว้นผมมี D2Xs ติด 70-200 VR อยู่แล้ว และมีเงินพอซื้อ 1Ds MK-III ติด 24-105 IS นะ อันนี้ผมถอยหนอนด้วยแน่นอน, คิดดูเจ้าพ่อทะเล [เทเลอ่ะเทเล] ปะกบ เจ้าแม่ป่า [ไวด์อ่ะไวด์] โค-ตะ-ระเทพฯ แต่มันเป็นไปได้ไหม๊เนี่ย) ไม่ได้แค่มองว่าโห 30D โคตรเจ๋ง 5D แม่งจ๊าบ แล้วซื้อเลนส์ L มาประกบ โดยไม่สนใจว่าตัวเองชอบถ่ายภาพอะไร กูมีอุปกรณ์เทพฯ แล้ว จบ ที่เหลือไม่สนใครทั้งนั้น เสร็จก็ไม่หาเวลาไปถ่ายภาพแต่กูก็เอาเวลาว่างไปเผยแพร่ลัทธิ บางคนเปิด RAW ให้ภาพสวยทำไงมันยังไม่รู้เลยก็มี หรือไม่ก็มีอุปกรณ์ดีๆ แต่ชอบทำภาพให้เน่าๆ (ดูเหมือนเวอร์หรือบ้า แต่มีจริงๆ นะคนพวกนี้อ่ะ หลายท่านอาจจะนึกว่าคงมีแต่พวกเด็กๆ ที่บ้าๆ บอๆ อย่างนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมเห็นหัวหงอก ตีนกาขึ้นแล้วก็มีนะ)
ว่าแต่ใครเชียร์หนอน 5D กับ 24-105 f/4 L ลองไปหาหนังสือราชพฤกษ์ที่ทำโดยคุณประสิทธิ์ จันทเสรีกร (Shutter Photography) มาดูนะ จะได้รู้ว่าคุณภาพมันเป็นยังไง? ทำไมผมไม่เหลียวแล ขนาดว่าถ้าโลกนี้ไม่มี Nikon ผมเอา 400D + Kit หรือ 30D ดีกว่า
และจุดที่สำคัญเลย Nikon นั้นมีซอฟท์แวร์ที่มี U-Point technology ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ (เป็นเทคโนโลยีที่มาจาก Nik software) โปรแกรมที่ว่าก็คือ Nikon Capture NX หน่ะเอง ผมว่ามีโปรแกรมจัดการไฟล์ดีๆ (Aperture, ผมว่า Lightroom ไม่ค่อยเวิร์คนะ) กับ NX หล่ะ การทำงานก็ฉลุยแล้ว U-Point นี่ง่ายกว่าทำ adjustment layer แล้วทำ layer mask เยอะ (Adobe Photoshop) เจอ selection ในพื้นที่ยากๆ เข้าไปนี่หงายเงิบ ต้อง tablet อย่างเดียว (ใครเล่นแมคก็ซวยหน่อย มีแต่ Wacom เท่านั้น อิอิ) แต่ NX ก็ทำพวก Patch กับ Healing ไม่ได้นะ ระบบ noise reduction ก็สู้ ACR (Adobe Camera RAW) ไม่ได้ ต้องหาโปรแกรมอย่าง Noise Ninja มาเสริม (ผมแนะนำ Noise Ninja, Neat Image ผมว่าถ้าทำรูปใหญ่คุณภาพไฟล์ออกมาสู้ NN ไม่ได้)
เรื่องซอฟท์แวร์ที่สำคัญ ถ้าเราทำภาพมากๆ Adobe Photoshop นั้นยังกินพื้นที่ในฮาร์ดดิสค์ที่สูงกว่า Nikon Capture NX อีกด้วย อันนี้เป็นเพราะ Nikon Capture นั้นเป็น software ตบแต่งภาพแบบ non-destructive เหมือนกันกับ Apple Aperture และ Adobe Lightroom, Camera RAW แต่เป็นแบบฝังข้อมูลลงในไฟล์เลย รายละเอียดอย่าให้ว่าเดี๋ยวยาว...
การหยิบจับควบคุมหล่ะดีหรือเปล่า? ถึงจะเล็กแบบสาวเอเซียแต่เวลาจับก็ได้เต็มมือ ฮิ้ววว ไม่รู้สึกว่าเล็กเกินไปสำหรับผม (ผมใช้กล้องโปรฯ แล้วรู้สึกว่าใหญ่ไปนะ อาจจะเป็นเพราะตัวเล็กก็ได้ เพราะผมสูง 170 หนักราวๆ 60 กิโล ก็มาตราฐานเอเซียนี่นะ) เวลาต่อกับเลนส์คิทแล้ว D40 นี่จัดว่าเบามากจนแทบไม่รู้สึกเลย (ผมใช้อุปกรณ์หนักๆ เป็นประจำ) แต่กำลังดีเมื่อใส่กับ 18-200 VR แต่เลนส์มันจะถ่วงน้ำหนักไปทางด้านหน้านิดหน่อย และเมื่อประกบกันแล้ว เลนส์จะดูใหญ่ไม่สมกับกล้อง แต่ก็ไม่มาก แค่ทำให้รู้สึกว่ามันถึงกับสวยสุดๆ เท่านั้น
ส่วนที่ผมบอกว่าผมเลือกมันเพราะการปรับโหมดนั้นอยู่ทางด้านขวาครับ นอกจากนี้มันยังไม่มีจอด้านบนให้ต้องคอยก้มๆ เงยๆ ดูอีกด้วย แค่ละตาออกจากช่องมองภาพเท่านั้น ง่ายเหมือนกล้องคอมแพค (แต่ถ้าให้กล้องโปรฯ เป็นอย่างนี้ก็ไม่เอานะ เหอ เหอ) ที่น่ารำคาญก็คือ เจ้าจอนี่จะชอบสว่างขึ้นมาทุกครั้งที่เราปรับอะไร แต่ก็ดีที่เค้าเอาปุ่มเปิด-ปิดจอมาไว้ในตำแหน่งที่กดได้สะดวก
พอพูดถึงการควบคุม ปุ่มควบคุมต่างๆ ก็ได้รับการพัฒนาไปมา เหมือนกับช่องเปิดตัว memory card ที่ถ้าเป็นพวก D100, D70, D1, D2 นั้นเวลาใช้ไปนานๆ มันจะง่อนแง่น ยิ่งถ้าเป็นคนที่จับกล้องมือเดียวแล้วมันยิ่งจะง่อนแง่นเร็ว เนื่องจากบานพับมันอยู่ใต้อุ้งมือเราพอดี (งงไหม๊? งงต่อไป) แต่พวก D200, D50, D80 และ D40 จะย้ายไปอยู่ตรงฝ่ามือแทนแล้ว ปุ่ม lock ภาพก็ย้ายไปอยู่ในจุดที่จะไม่โดนง่ายๆ (เวลาล็อคภาพที่ไม่ต้องการไป หรือพลาดไปไม่ได้ล็อคก็เป็นเรื่องใหญ่ได้นะครับ สำหรับคนที่บริหารไฟล์เก่งๆ จะกลายเป็นโง่ไปเลย อิอิ) ระบบซูมภาพ preview ที่ตอนแรกผมว่า D2 series นั้นสุดยอดก็กลายเป็นว่าพวก D40 นั้นเกือบจะดีกว่าเสียแล้ว
ดีกว่ายังไง? อย่างแรกเลย เจ้า D40 นั้นปุ่มเป็นแบบ 5 ways จริงๆ ไม่ได้เป็นแบบ 5 ways แบบดูไม่ออกเหมือนกันกับพวก D2 series (ตัวอื่นๆ ยังไม่เคยสังเกตนะ) ทำให้กดง่ายกว่ากันมากๆ แต่การกดปุ่มปุ่มกลาง (OK) เวลาพรีวิวรูปก็จะไม่ได้กลับไปยังอัตราขยายเดิมของรูปที่แล้วเหมือนกับ D2 และแน่นอนมันไม่มี face detection เหมือนกับ S5Pro แต่การ preview ของ D40 นั้นฉลาดจริงๆ มีการใช้ทุกปุ่มอย่างชาญฉลาด อธิบายมันนานครับ เอาเป็นว่าไปลองดูดีกว่า อย่าเชื่อเด็กร้านหมดใจนะครับ วันก่อนก็มั่วราคาไปทีนึงแล้ว เซ็งโคตร...
การพรีวิวภาพที่ผมถือว่ายอดมากก็คือ เวลาเรากด Play แล้วภาพก็จะขึ้นมา เมื่อเราซูมเราก็จะใช้ Multi selector หรือปุ่ม 4 ทางในการเลือกพื้นที่ได้ตลอด แล้วก็สามารถใช้ Dial ตัวทีอยู่ใต้นิ้วโป้งเพื่อเลื่อนรูปดูได้ โดยการซูมไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้สามารถเช็คความชัดเจนของรูปทั้งเซตได้ในเวลาอันรวดเร็ว
วัดแสง? วัดแสงไม่ค่อยแม่นถ้าคุณใช้พวก F5 หรือ D1, D2 มาก่อน แต่จะแม่นถ้าใช้พวก EOS มาก่อนแล้วชอบแนวนั้นเสียด้วย ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง? พูดตรงๆ ก็เดี๋ยวพวกจะกริ้วกันได้ 555
เอาเป็นว่า วัดแสงออกมาดีมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการทำภาพแล้ว แต่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่สำหรับคนที่ชอบทำภาพหลังการถ่าย หรือถ่าย RAW อ่ะครับ ซึ่งนึกแล้วผมเบื่อพวกที่บอกว่ากล้อง Nikon อันเดอร์ๆ ไม่ช๊ายย กล้องมันคิดต่างกับพวกนี้เขา คนที่ว่านี่ก็แค่คนถ่ายภาพธรรมดาเอง ความคิดก็คนละทาง
ความเร็วบัฟเฟอร์ถือว่าทำได้ดี JPEG 100 ภาพ? แต่เท่าที่ผมลองกับการ์ดธรรมดามันไม่น่าจะถึงขนาดนั้น เพราะถ่าย RAW ได้แค่ 6 ภาพ (ต่อเนื่อง) กับการ์ด Kingstone ธรรมดา, Apace 60X ส่วน JPEG นี่ผมไม่ได้ลองครับ การ์ดคืนเขาแล้วด้วย (ผมมีแต่ MMC ซึ่งจะช้ากว่า SD)
สุดท้ายแล้วดีกว่า มีอะไรค่อยเพิ่มเติมในคำตอบ สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ ผมว่า D40 และ D40X เป็นกล้องที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่ 'บ้าอุปกรณ์' เช่น กล้องต้องมีอย่างนั้น ต้องมีอย่างนี้ตามที่คุณใฝ่ฝัน ผมว่าคุณลองมองกล้องตัวอื่นจะดีกว่า แต่ผมบอกได้สั้นๆ เลยว่า "แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว"
ปล. ที่ผมมารีวิวนี่ ผมไม่ได้ต้องการขายกล้อง D40X นะครับ แต่ผมเข้าใจดีกว่า "ความสุขจากการถ่ายภาพที่แท้จริง" นั้นต้องมีอะไรบ้าง? ผมพลาดมาเยอะแล้ว โชคดีที่ทุกวันนี้ "คนรักการถ่ายภาพ" มีตัวเลือกเยอะเหลือเกิน (ไม่เหมือนตอนนั้นถ้าจะเอากล้องดีๆ ก็เลือกได้แค่ D2H หรือ D2X เลยต้องโดนประนามว่าบ้าอุปกรณ์ สุดท้ายต้องซมซานไปเล่นฟิล์มเพราะทน 'ปากหมา' ไ่ม่ไหวและขาดทุนไปเป็นแสนเนื่องจากหันไปใช้กล้องฟิล์มที่มีค่าใช้จ่ายแสนแพง แพงกว่ารายได้ที่ได้กลับมา) 

|  | เห็นว่าจะเปลี่ยนไปเป็นอุทยานแห่งชาติแล้ว ช่างน่ากลัวเหลือเกิน...
ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองครับ ครั้งแรกผมขึ้นไปภูหลวงพร้อม Nikon F5, Nikkor AF 70-180 micro ขาตั้ง Manfrotto 055 ProB หัว 460MG ยังได้ภาพสวยสู้กล้องคอมแพค กับแฟลชไม่ได้เลย ฟมดดน. (บ่นๆๆ)
ตีฟค่อนข้างกว้างอย่างที่เห็น ก็กล้องคอมแพคนิ ว่าจะซื้อ D40 แล้ว หรือรอตัวใหม่ดีกว่านะ? นี่ทุกภาพแก้จาก JPEG นะครับ ถ่ายมาเป็น RAW เหมือนกัน เพียงแต่ว่าถ้าเปิด RAW วันนี้ผมไม่ได้ทำอะไรกินแน่ๆ เพราะว่าเครื่องผมนั้นช้ามาก
ภาพที่แสงแข็งเป็นเพราะว่าผมประมาทเอาถ่าน Eneloop ไปชุดเดียว ทำให้ผมใช้ SB-800 ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมาใช้ SB-30 ที่เตรียมมาไว้สำหรับใช้ fill-in เพียงตัวเดียว เซ็งเหลือเกิน :P |

|  | Macro couple reversing lens all is on Sony DSC-V3.
I think on D-SLR is better but I don't have D-SLR now. |
 | Category: | Computers & Electronics | | Product Type: | Computers | | Manufacturer: | Adobe |
ไม่มากไปหรอกครับ 5 ดาวสำหรับโปรแกรม Photo Retouch ระดับโลกที่จะเรียกว่าไร้เทียมทานก็ว่าได้ สำหรับโปรแกรมเวอร์ชั่นนี้ก็ได้ออกมาเป็นลำดับที่ 10 แล้ว (V7.0 ต่อมาเป็น CS หรือ V8 ดังนั้น CS2 คือ V9) ตอนนี้ตัวโปรแกรมจริงนั้น ยังไม่ออกวางจำหน่าย ตัวที่ผมเล่นอยู่เป็น BETA ซึ่งมีปัญหาในการใช้งานพอสมควรกว่าจะลงได้ก็ใช้เวลา 2 วัน และเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ข้อมูลผมหายไปด้วย
จ๊ากก กำลังพิมพ์ว่ามันเป็นตัวต้นเหตุทำให้ข้อมูลหายปุ๊บไฟที่บ้านผมดับทันที ดีที่ติด UPS ไว้ หุหุุหุ ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่นะครับ
แต่รวมๆ แล้ว CS3 นั้นเร็วขึ้น (วัดจากการเปิดปิดโปรแกรม, โหลดรูป, Dodge/Burn, ใส่ฟิลเตอร์ ฯลฯ) และมีเสถียรภาพอย่างมาก แม้จะเป็นแค่ตัว BETA ก็ไม่เคยแฮงค์เลยสักครั้งเดียว ไม่เหมือน CS2 ที่เจอเครื่องเก่าๆ อย่างผมแล้ว CS2 จะกลายเป็นโปรแกรมที่ป่วนประสาทไปเลย
อ้อ ผมเป็น Windows User นะ จะโกแมคปีหน้าแล้ว เพราะอยากเล่น Apple Aperture แล้ว Vista ก็ค่อนข้างจะกินทรัพยากรมาก คิดว่าคงไม่ไหวหล่ะ 'วินโดวส์จ๋าลาที' อิอิ
Photoshop CS3 นั้นนอกจากหน้าตาและ Layout ที่ทำให้สนุกกับการทำงานมากขึ้นแล้ว CS3 ก็มีอะไรเพิ่มเติมมาจาก CS2 เพียงไม่กี่อย่าง แต่ก็เป็นสิ่งที่ถือว่ามีประโยชน์กับคนที่ชอบตบแต่งภาพมากไม่เหมือนกับตอนที่เปลี่ยนจาก CS เป็น CS2 ที่ผมเห็นว่าผมใช้งานจริงๆ ก็มีแค่การทำ HDRI (High Dynamic Range Image) เท่านั้น แต่ CS3 นี้มีของเล่นหลายอย่างที่ผมชอบมากเลยทีเดียว ได้แก่
1. Black & White Convertion เป็นของใหม่ตัวแรกที่ผมลอง ถือว่ามีประโยชน์มาก เพราะใช้งานได้ง่ายกว่า Channel Mixer มาก มีเทมเพลตสำหรับฟิลเตอร์สีมาให้เลย ไม่ต้องมานั่งปรับเองให้เสียเวลา นอกจากนี้ยังสามารถใส่ Tint ได้เลยทันที ไม่ต้องทำ Solid Color ต่างหาก
2. Quick Selection Tool คุณว่า Magic Ward ง่ายไหม๊? อันนี้ง่ายกว่าครับ ข้อติก็คือมันทำงานค่อนข้างช้า ต้องรอกันพักนึงสำหรับเครื่อง Duron 1 GHz. ที่ติดแรม 512 MB
3. Spot Healing Tool เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ผมใช้ประจำ เนื่องจากผมไม่มีต้นทุนสูงๆ ในการทำสตูดิโอ ดังนั้นฝุ่นจึงมีปัญหากับผมมาก เวลาถ่ายอะไรทีก็มักจะมีฝุ่นติดเข้ามาในภาพเสมอๆ เจ้า เครื่องมือตัวนี้ช่วยได้มากทีเดียว
4. Non-Destructive Filter effect หรือการใส่ฟิลเตอร์แล้วสามารถย้อนกลับไปยังภาพต้นฉบับที่ไม่ได้ใส่ฟิลเตอร์ได้ตลอดเวลา อันนี้ผมยังไม่ได้ลองเนื่องจากเครื่องของผมช้าเกินไป
นอกนั้นผมก็นึกไม่ออกแล้ว สำหรับ Photoshop CS3 และนอกจากนี้เจ้า CS3 นั้นก็ยังแถม Bridge CS3 มาให้อีกด้วย ถือว่าเป็นโปรแกรมที่ยังอ่อนต่อการใช้งานมากๆ โดยถ้ายังไม่รู้จัก Bridge, เจ้าบริดจ์นี่จะเป็นโปรแกรมประเภท browser ใช้สำหรับดู, ค้นหาและจัดการภาพ ดูๆ ไปแล้วก็ใช้งานได้ดี แต่ถ้าเอาไปเทียบกับ Professional Program อย่าง Apple Aperture แล้ว Bridge นั้นปัญญาอ่อนไปเลย ต่อให้เทียบกับตัวเก็งอย่าง Adobe Lightroom ก็เหอะ ยังไม่เข้าขั้นเลย ความสามารถมันค่อนข้างจะแตกต่างกันมาก ทั้งหน้าตา (Interface) และความยากง่ายในการใช้งาน ขนาดที่ว่าผมเลิกใช้ Lightroom และ Bridge ไปโดยสมบูรณ์แล้ว (ใช้แล้วอึดอัด ติดๆ ขัดๆ ไม่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกเล๊ย คนออกแบบมันไม่ฉลาด เหมือนกับทำมาอุดตลาด แต่ผมก็เก็บ Bridge ไว้ค้น Adobe Photostock นะ)
ยังไงถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะมาอัพเดตเรื่อยๆ นะครับ 

|  | รวมภาพถ่ายอาหาร |

|  | ทั้งหมดเป็นของเก่าน่าจะราวๆ ปี 2001 (พวก YinYang, Maya, 3D MAX, Poser, PS)
Nikon Digital-SLR timeline ที่เพิ่งทำเมื่อกรกฎาคม 2006 มีสองเวอร์ชั่นอันแรกทำสั่วๆ ไปหน่อย เลยมาแก้ใหม่อีกอัน หลังจาก N D-SLR แล้วจะเป็นของใหม่ อัพเพื่อดึงไปใช้งาน
บางอันก็จะเป็นพวก theme และ banner ของเวบ
ปล. เดี๋ยวนี้เลิกทำแล้น ไม่ค่อยมีเวลาอ่า อิอิ |
Nikon camera :- ---- SLR camera - Nikon FM2 black รุ่นม่านชัตเตอร์รังผึ้ง ปัจจุบันม่านชัตเตอร์เสียแล้ว - Nikon FM black รุ่นเปิดปิดกล้องด้วยคานเลื่อนฟิล์ม ปัจจุบันระบบวัดแสงไม่ทำงานแล้ว ---- Digital SLR camera - Nikon D2Hs Nikon speedlight :- - Nikon SB-30 - Nikon SB-600 - Nikon SB-800
Nikkor primes :- - Nikkor AF 20 f/2.8 + Hood HB-4 - Nikkor AF 28 f/1.4D + Hood HK-7 - Nikkor AF 50 f/1.4D + Hood HS-7 - Nikkor Ai-S 105 f/2.5 Nikkor zooms :-- Nikkor AF 24-50 f/3.3-4.5D + Hood HB-3 - Nikkor AF 70-180 f/4.5-5.6D micro IF-ED + Hood HB-14
Nikkor 2.8 zooms :- - Nikkor AF-s 14-24 f/2.8 Nano - Nikkor AF 80-200 f/2.8 ED D Nikon acessories :- - Nikon AR-3 - Nikon AN-6Y x2 - Nikon AN-D2Hs - Nikon 90 Years Anniversary neck strap - Nikon BR-2a - Nikon BR-3 - Nikon EN-EL4 - Nikon K1 - Nikon MH-21 - Nikon PK-11a - Nikon PK-12 - Nikon SC-17 - Nikon TC-200
Nikon filter :- - Nikon L1Bc 62 mm. - Nikon C-PLII 77 mm.
Other filter :- - Filter adapter : 62-62, 52-62, 62-77, 72-77, 77-62, 72-62, 62-52 - B+W Schneider Kreuznach 62 E KR1.5 1.1x - Marumi ND8x 77 mm.
Medium format :- - ในตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ แต่อยากได้ 645 Large format :- - อยากได้ Tachihara (แต่ยังไ่ม่มีอ่ะนะ ฮาฮา)
Tripod & acessories :- - Slik Sprint pro GM + ball head + Manfrotto plate with Linhof adapter - Manfrotto 190Pro + Manfrotto 141RC รุ่นฉลอง 25 ปี Manfrotto Acessories :- - Safe Grip | Camera Armor - 3 Axis spirit level (Hot shoe) - Stanley spirit level - Sanyo Quick Charger REFRESH - Eneloop x8 - CR123 with Charger (จีน)
Light setting :- ---- For Speedlight :- - Demb Flash Diffuser Pro ---- Other :- - DeJUR Dual Professional - Reflex disc 30 cm.
Camera bag :- - Electra Lens Pouch - Fotofile Fat Boy FB-1 - Fotofile Vest belt (black) - Fotofile Vest belt II - Domke F3x Black balistic - Domke F-901 Black original - LowePro Steath Reporter 200 AW - LowePro LensCase 4 - LowePro FilterPocket - Tribord 15 Litres
Memory card :- ---- Compact Flash - Lexar 1 GB x2 - Sandisk Ultra II 1 GB x2 - SDHC to CF Type II adaptor ---- Secure Digital card - Sandisk Extreme Ducati Edition SDHC 4 GB Class 6 ---- Multi-Media Card - Kingston MMC +PLUS 1 GB ---- Case for memory card - Nokia N-Gage QD MMC storage ---- Adaptor - SD, SDHC, MMC to CF
Workstation? :- - Mac Mini MB138LL/A -- External portable HDD : WD Passport 2.5" 120 GB -- DVD±RW : LaCie D2 DVD±RW SH-S162L -- Scanner : Epson Perfection 4180 PHOTO -- UPS : APC Back-UPS RS BR-1000
กล้องตัวแรกของคุณคือกล้องรุ่นไหนเหรอ?
ของผมเป็นกล้องรุ่นมรดกตกทอดทุกวันนี้ถ้ามันยังอยู่ ผมก็คงใช้ไม่เป็น เหมือนตอนแรกที่ได้มันมา หน้าตามันเหลี่ยมๆ เหมือน Cubic สีน้ำตาลเข้ม มีช่องมองสีแดงด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร? (ปัจจุบันนี้ผมทราบแล้วว่ามันใช้สำหรับดูว่าถ่ายไปถึงเฟรมที่เท่าไหร่?) ใครพอจะรู้จักมันบ้าง???
เท่าที่ search ดู เห็นมีกล้อง Kodak Brownie นี่แหล่ะที่ใกล้เคียงที่สุด (เหมาเอาว่าใช่เลยแล้วกัน อิอิ, ดูรูปจากเนทแล้วน่าจะเป็น Kodak Brownie Holiday)
แต่มานั่งนึกๆ ดู ตรูก็ใช้กล้องมาหลายตัวเหลือเกิน (บ้าอุปกรณ์)
จากกล้องที่ได้มรดกมา (Brownie) มาเป็นกล้องคอมแพค + แฟลชภายนอก (สมัยก่อนมีนะ เดี๋ยวนี้หาไม่ได้แหล่ว) มาเป็นกล้องยืมเค้าใช้ จนมีเงินซื้อเป็นของตัวเอง แล้วก็ซื้อๆ ขายๆ ซื้อๆ ขายๆ จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งก็ไม่ได้ชอบนะครับ อยากมีกล้องตัวเดียวเลนส์ที่ถูกใจแล้วถ่ายภาพไปเรื่อยๆ มากกว่า แต่ชีวิตคนเรานั้นคงเลือกเดินแต่ทางที่ถูกไม่ได้ (คือ ผมโดนพวกแก่กะโหลกกะลาทำให้หลงทางไปนานทีเดียว, อุปกรณ์ไม่สำคัญ? มันต่างคน ต่างวาระ ต่างเวลา ตัวผมเองรู้สึกเหมือนกับว่าเป็น 'ฟิล์มมุลีมาร' หรือกำลังบำเพ็ญทุกขกิริยาอะไรอย่างนั้นเลย ไม่รู้อีกนานแค่ไหนกว่าจบสิ้น) Nikon film :-- Nikon FM10 - Nikkormat EL - Nikkormat FTn - Nikon FM ทั้งรุ่นแรก และรุ่นหลังที่เปิด ปิดกล้องด้วยคานขึ้นฟิล์ม- Nikon FM2 ทั้งรุ่นม่านชัตเตอร์รังผึ้ง, n ม่านชัตเตอร์รรังผึ้ง, n รุ่นหลังสีเงินและรุ่นสีดำ- Nikon FE2 รุ่นม่านชัตเตอร์แบบรังผึ้ง และรุ่นม่านชัตเตอร์ธรรมดา- Nikon FG - Nikon FG-20 + MD-E
Nikon Autofocus:- - Nikon N5050 (ไม่แน่ใจว่าเทียบเท่ากับ F501 หรือ F401) - Nikon F50 - Nikon F55 - Nikon F60 - Nikon F65 + MB-17 - Nikon F70 - Nikon F80, F80D, F80S + MB-16 - Nikon F100 + MB-15 - Nikon F3 + MD-4 + AH-2, AS-17, AS-4, AS-7, SC-4 - Nikon F5 + SB-800, SB-21B, SB-30
Nikon Digital :- - Nikon Coolpix 995 - Nikon Coolpix 4500 - Nikon Coolpix P5100
- NIkon D50 - Nikon D70 + SB-600 - Nikon D100 + MB-D100 - Nikon D2H - Nikon D2X - Nikon D2Hs
Nikon Speedlight :- - Nikon SB-M - Nikon SB-16A - Nikon SB-21B - Nikon SB-23 - Nikon SB-30 - Nikon SB-80DX - Nikon SB-600 - Nikon SB-800
Nikkor primes :- Fisheye - AF 10.5 f/2.8G DX - AF 16 f/2.8D fisheye Wide-angle
- Ai-S 18 f/3.5 - Ai-S 20 f/4 - AF 20 f/2.8 - Ai 28 f/3.5 - Ai-S 28 f/2.8 - AF 28 f/1.4D : Historic lens.- Ai-S 35 f/1.4 - Ai 35 f/2 - Ai 35 f/2.8 Normal- Ai-s 45 f/2.8 Pancake : My Test-shot.- 50 f/1.8 Series E - Ai-S 50 f/1.8 - Ai-S 50 f/1.4 - AF 50 f/1.4D - Ai-S 50 f/1.2 Telephoto- AF 80 f/2.8 : First AF lens come with F3AF, motor is included.
- Non CPU 85 f/2.8 : Modifiy หรือที่เรียกว่า 'เลนส์บาก'
- AF 85 f/1.8D - Ai-S 105 f/1.8 - Ai-S 105 f/2.5 - AF 105 f/2 DC - Ai-S 135 f/2 - AF 135 f/2 DC - Ai-S 180 f/2.8 - AF 180 f/2.8 รุ่นแรก
Marco Nikkor :- - Ai-S 55 f/2.8 micro - AF 60 f/2.8 micro - AF 60 f/2.8D micro
- AF 70-180 f/4.5-5.6 micro : World's first AF Zoom-Micro lens
- AF 105 f/2.8 micro - Ai-S 200 f/4 micro - AF 200 f/4 micro
Nikkor Pro zooms :-
- AF-s 14-24 f/2.8 Nano - AF-s 17-35 f/2.8D
- AF 80-200 f/2.8 ED - AF 80-200 f/2.8 ED D - AF 80-200 f/2.8 ED D Collar - AF-s 70-200 f/2.8 VR Nikkor zooms :-
- AF 24-50 f/3.3-4.5 - AF 24-50 f/3.3-4.5D - AF 24-85 f/2.8-4D - AF 24-120 - AF-S 24-120 VR - AF 28-105 f/3.3-5.6D - AF 28-80 G - Ai-S 35-70 f/3.3-4.5 - Ai-S 35-70 f/3.5-4.8 - Ai-S 35-105 f/3.5-4.5 - Ai-S 35-135 f/3.5-4.5 - AF 70-210 f/4 - AF 75-300 f/4.5-5.6
Nikon DX :- - AF-s 17-55 DX f/2.8G - AF-s 18-55 DX f/3.5-5.6G ED - AF-s 18-55 DX f/3.5-5.6G ED II - AF-s 18-55 DX f/3.5-5.6G ED VR - AF-s 18-70 DX f/3.5-4.5G IF-ED - AF-s 18-200 DX f/3.5-5.6G IF-ED VR - AF-s 55-200 4-5.6G ED VR
Nikon Accessories :- - Nikon AR-3 : Cable release - Nikon AR-9 : Soft shutter - Nikon AH-2 : Tripod socket adapter for MD-4, MD-11, 12, 15 - Nikon AN-6Y : Camera Yellow Nylon neck strap x3 - Nikon AS-4 : Flash cord - Nikon AS-7 : Flash cord with film rewinding fucntion - Nikon AS-14 : Flash cord - Nikon AS-17 : Flash cord with TTL - Nikon BL-1 : Batter Chamber Cover - Nikon BR-2a : Reversing adapter - Nikon BR-3 : Reversing ring filter holder - NIkon BR-5 : Stepping ring - Nikon BS-1 : Hot-shoe Cover - Nikon DK-2 : Eyepiece - Nikon DK-3 : Nikon F3 Rubber eye-cup - Nikon DK-5 : Eyepiece shield
- Nikon DK-7 : Eyepiece adapter (ใช้กับ DR-3 เพื่อให้ใส่ช่องมอง F5 ได้) - Nikon DK-17 : Eyepiece - Nikon DR-3 : Right angle finder - Nikon DR-4 : Right angle finder - Nikon DW-3 : Waist level finder for Nikon F3 - Nikon DW-4 : 6X High Magnification finder for Nikon F3 - Nikon ES-1 : Tube สำหรับก็อปปี้สไลด์ ใช้กับเลนส์มาโคร - Nikon EN-EL3 : Battery for D70, D70s, D50, D80, D100, D200, D300 - Nikon EN-EL4 : Battery for D2 series, D3 - Nikon EN-EL9 : Battery for D40, D40X, D60 - Nikon K1 Ring : 5.8 mm. extension ring - Nikon MC-20 : Multi-function shutter release - Nikon MC-30 : Shutter release - Nikon MC-35 : Serial port connection for GPS device, PC
- Nikon MD-11 : Motordrive
- Nikon MD-12 : Motordrive
- Nikon MH-18 : EN-EL3 Charger- Nikon MH-21 : EN-EL4 Charger- Nikon MH-23 : EN-EL9 Charger- Nikon MK-1 : Vertical shutter for MD-4- Nikon ML-L3 : Remote
- Nikon PB-6 : Bellow- Nikon PK-11a : 8 mm. extention ring- Nikon PK-12 : 14 mm. xtention ring- Nikon PK-13 : 27.5 extention ring- Nikon PN-11 : 52.5 extention ring with tripod collar- Nikon PS-6 : Slide copy- Nikon SC-14 : Sync cord- Nikon SC-17 : Sync cord- Nikon SC-28 : Sync cord- Nikon TC-200 : 2X Teleconverter Nikon binocular & telescope :- - Nikon Sportstar 10x25 - Nikon Fieldscope 82ED Angled Another brand :- - Swarovsky - Leica
Sony :- แรกเริ่มเรียนรู้กับกล้องดิจิตอลเลยหล่ะ - Cybershot DSC P-41 - Cybershot DSC-L1 - Cybershot DSC-U10 - Cybershot DSC-F505v - Cybershot DSC-F707 + HVL-F1000/ HVL-F32x - Cybershot DSC-F717 - Cybershot DCR PC-101E (Mini DV) - Cybershot DSC-P200 - Cybershot DSC-V3 + VAD-VHA, BC-TR1 Other lense :- - MC-7 Teleconverter ---- SLR Type - Carl Zeiss 45 f/2.8 T* - Cosina 24 f/2.8 (โฟกัสใกล้สุดได้ถึง 18 cm. ร้ายมาก) - Sigma 15-30 - Sigma 8 mm. f/4 - Sigma 70-300 APO - Sigma 70-200 f/2.8 HSM - Sigma 24-70 f/2.8 (หน้าเลนส์ 82 mm.) - Tamron 28 f/2.5 - Tamron 28-75 f/2.8 (หน้า 62 หรือไงเนี่ยแต่เล็กมาก) - Tamron 70-300 LD - Vivitar 500 f/8 Mirror lense - Voigtlander 125/2.5 APO-Lanthar (Macro lens) ---- Convertion Lense - Sony VCL-DEH07VA 0.7x WIDE END CONVERTION LENS
Filter :- - Nikon 5T - Nikon 6T (4 Pieces) - Nikon L1Bc 62 mm. - Nikon C-PLII 77 mm. - 62-62 Macro couple reverse - 52-62 Stepping ring - 58-62 Stepping ring - 62-77 Stepping ring - 72-77 Stepping ring - 77-62 Stepping ring - 72-62 Stepping ring - 62-52 Stepping ring (Same BR-5) - Rodenstock UV/1x 62 mm. - Rodenstock 81EF 62 mm. - B+W 62 E KR1.5 1.1x - B+W 62 060 2x - Hoya HMC Skylight 1B 62 mm. - Hoya HMC UV 0 72 mm. - Hoya C-PL 58 mm. - Hoya FL-W 62 mm. - Marumi ND8x 77 mm. - Marumi YA2 62 mm. - Marumi P01 62 mm. - Marumi Close-up filter 58 mm. (+1, +2, +3) - Kenko Skylight 1A 62 mm. - Kenko R1 62 mm. - Kenko Y2 62 mm. - Kenko C4 62 mm. - Kenko Close-up filter 52 mm. (+1, +2, +3) - Tiffen UV 58 mm. - Soft - Star - Triangle Memory card :- ---- MemoryStick - 4, 8, 16, 32,128 MB ---- Memorystick Pro - Sony Memory Stick Pro Magicgate 1 GB HIGH SPEED MSX-1GN - Sony Memory Stick Pro DUO 1 GB HIGH SPEED MSX-M1GN - Sony Memory Stick Pro 256 MB HIGH SPEED MSX-256S ---- Compact Flash - Kingston Elitepro 1 GB - Sandisk Ultra II 1 GB - Ridata 80X 512 MB - Sandisk 1 GB x2 - Lexar 1 GB x2 ---- Secure Digital, Multi Media Card - Aparce 60X 1 GB - Aparce 150X 1 GB - Kingston RS-MMC 512 MB - Kingston MMC +PLUS 1 GB - Kingston SD 1 GB - Kingston SD 2 GB (24X) - Kingston SDHC 4 GB Class 4 - NCP MMC 256 MB - Trancend 1 GB - Trancend 150X 2 GB - Sandisk Extreme Ducati Edition SDHC 4 GB Class 6 : Photo ---- Other card - Fuji XD card 32, 256, 512 MB Card reader :- - All-in-One พันธ์ทิพย์ ซื้อมา 600 บาท แต่อ่านเขียนได้แค่ 10x (ตาร้ายเสีย) - All-in-One หน้าตาคล้ายๆ กันอีกสองปีต่อมาเหลือ 90 บาท
Medium format camera :- - Mamiya RB67 - Mamiya M645 1000s + 80 2.8 - Mamiya M645 super with Prism finder + 45, 80, 210, 500 reflex - Mamiya 645 super - Rolleiflex Automat Zeiss-Opton Tessar 75 mm. f/3.5 - Hasselbald 500CM Prism finder, Grip, 50 2.8, 80 2.8 - Zenza Bronica ETRsi (645) with Prism finder + 75 EII f/2.8, 150 f/3.5 MC Acessories :- - A lot of loupe เด็ดสุดก็ Rodenstock 4X - Slave flash Sensor (Trigger หรือ ตาแมว) - Full size hand strap - Half size hand strap - Safe Grip Camera Armor - Cullman, 2 axis Spirit level on camera's hot shoe - Stanley, Spirit level - 3 axis Spirit level
Tripod, Monopod & Acessories :- - Manfrotto 190 25th years aniversary - Manfrotto 190 ProB, Pro รุ่น 2 - Manfrotto 190 ProB รุ่น 3 - Manfrotto 141 25th years aniversary (มีสองอัน นะ หุหุหุ) - Manfrotto 055 รุ่น 1 - Manfrotto 055 ProB with Spike feet : My Review (ในบางประเทศจะเป็นรุ่น Bogen 3021) - Manfrotto 460mg (Magnesium 3D) : My Review (ในหลายประเทศจะเป็นรุ่น Bogen 3437) - Manfrotto 682 monopod with Self-standing - Manfrotto 308RC - Manfrotto 345 Table top tripod - Slik Sprint Pro GM สองตัว - Slik 700 DX with Panhead - Slik Ballhead 800 - Slik U8200 - Vertex V8200 - Vertex Table pod - KoalaPod เลวสุดๆ อยากรู้ว่ามันเป็นยังไง คลิ๊ก!!
Light set-up :- ขออภัยถ้าจะบอกได้แค่ |
|