Thanatham's posts with tag: software
 | Category: | Computers & Electronics | | Product Type: | Other | | Manufacturer: | Adobe |
Lightroom มันช่างเข้าใจล้อกับของโบราณอย่าง Darkroom จริงๆ
ผมจำได้นะว่าเมื่อก่อนมันเรียกว่า Lightroom เฉยๆ แต่ผมว่าการนำเอาคำว่า "Photoshop" เข้ามาช่วยนี่เขาคิดว่ามันคงจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น แต่คงไม่ใช่สำหรับผม เพราะว่าดูแล้วมันเสร่อมากๆ ที่เอาชื่อ Photoshop มาใส่ แต่ก็ช่างเถอะหลายคนคงชอบ
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมลอง Lightroom บนแมค ก็หมดเวลาไปวันนึง ความรู้สึกที่ได้จากการเสียเวลาลองโปรแกรมนี้ ก็คือ "ไม่น่าไปลองมันเลย" แต่มันคนละขั้วกันกับที่ผมลองโปรแกรมเห่ยๆ อย่าง Capture One
Ligthroom เป็น โปรแกรมจากค่าย Adobe แต่ว่าไม่มีจุดเด่นอะไรที่คล้ายกับโปรแกรมของ Adobe แม้เพียงน้อยนิด แต่ก็สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นกับ Photoshop เพราะว่าสามารถออกภาพไปเป็นเลเยอร์ของ PS ได้, Merge ภาพได้, HDR ก็ได้ เรียกว่าเข้ากันเป็นปี่ เป็นขลุ่ยเลยก็ว่า ซึ่งส่วนตัวผมอยากให้ Adobe นั้นฝังฟังค์ชั่นของ Bridge เข้าไปแล้ว อัดรวมไปกับชุด CS เสียเลย
การปรับตั้งนั้นทำได้ละเอียดมากๆ เรียกว่ามีเครื่องมือให้ครบถ้วน
เรื่องความเร็ว ผมว่า Lightroom เร็วกว่าแบบเห็นๆ เลยทีเดียว ไม่ได้ถึงกับช้าจนไม่ทันกินเหมือนกับ Capture One อ้อ พอมาเทียบแล้วนึกได้ Lr นั้นแถม noise reduction มาให้ หุหุ แจ่มแมวมาก แต่อย่างไรก็ตาม Aperture is fastest!! ลองมากับไฟล์ดีสามนะครับท่านผู้ชม...
โปรแกรมหน้าตาสวย แต่มีการจัดการพื้นที่ที่ไม่ดีเลย เรียกว่าเปลืองเนื้อที่ ตัวหนังสือใหญ่มาก ทำให้เวลาใช้งานแล้วรู้สึกแปลกๆ และไม่สามารถแยก panel ออกมาจากตำแหน่งที่มันอยู่ได้อย่าง HUD ของ Aperture ฟังค์ชั่นที่ผมชอบก็คือ Dim Light แปลกดี
รวมๆ แล้วผมว่าคนทั่วๆ ไปน่าจะชอบ Lightroom
จุดที่ผมยังไม่ชอบมันก็คือ มันไม่มีคีย์ลัดที่คุ้นเคยเหมือนกับ Aperture และรวมๆ แล้วผมก็ชอบ Aperture กว่า เนื่องจากสามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ของ Apple ได้โดยง่าย นอกจากนี้ถึง Aperture จะทำให้ผมเอือมเรื่อง Library แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ Lightroom ให้กับผมไม่ได้เหมือนกับที่ Aperture สามารถจะทำได้
สรุปว่า Lightroom นี่ดีมากๆ ถ้าหากคุณทำภาพเพียงอย่างเดียว เสร็จแล้วออกเอาท์พุท มันมีความรวดเร็วสูง ปรับตั้งได้ละเอียด สามารถทำงานได้เป็นขึ้นเป็นตอน และไม่เก็บไฟล์เป็น Library เป็นก้อนเดียวอย่างของฝั่ง Apple แต่อย่างไรก็ตาม ผมคงเลือกจะใช้ View NX, Capture NX สำหรับการแต่งภาพเน้นๆ แล้วใช้ Bridge จัดการ Manage, Keywords และ Apple Aperture สำหรับงานพิธีการที่ต้องทำภาพเยอะๆ และต้องออกงานหลายๆ รูปแบบมากกว่า 
 | Category: | Computers & Electronics | | Product Type: | Computers | | Manufacturer: | Phaseone |
จริงๆ ผมว่าผมมันเสี้ยนเองแหล่ะที่ไปโหลดตัวทดลองของ Capture One 4 มาใช้เนื่องจากเสพย์ Apple Aperture 2 เข้าไปแล้วเกิดอาการ "ติด" และได้ยินมาจากช่างภาพต่างประเทศมาบอกผมว่า Capture One นั้นทำงานได้เร็วกว่า Aperture ซึ่งที่ผมลองแล้วไม่จริงมั้ง เพราะมันดูช้ากว่า และกระบวนการทำงานก็แปลกๆ จะเรียกว่า "โบฯ" (โบราณ) ก็ว่าได้ คุณจะรู้สึกอย่างนี้โดยทันทีเลยถ้าคุณใช้ Aperture มาก่อน
ที่สำคัญระบบคีย์ลัดก็ไม่มี แล้วคุณจะทำงานได้รวดเร็วได้ยังไง? ใช้มือเดียวคลิ๊กเมาส์อย่างเดียวว่าทั้งโปรเจคงั้นเหรอ?
ส่วนตัวแล้วข้อดีของมันก็เหมือนกันกับ Lightroom คือ ไม่ได้เก็บรูปทั้งหมดเป็นไฟล์ๆ เดียว หรือที่เรียกว่า Library แบบโปรแกรมจัดการภาพของ Apple เช่น iPhoto กับ Aperture นอกนั้นผมไม่เห็นข้อดีที่เด่นชัดของมันเลย
Interface นั้น บนพีซีผมเคยโหลดมาเล่นตอนเป็น betatester ให้กับ Adobe Lightroom แต่บอกตรงๆ ว่าพอผมลง Capture One ปั้บ ผม uninstall มันทิ้งทันที เพราะหน้าตามันห่วยแตกมาก ห่วยที่สุดเท่าที่เคยใช้ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์มา แต่เมื่อมันมาอยู่บนแมคแล้วก็ถือว่าดีทีเดียว แต่ก็ยังสู้ Aperture ไม่ได้ โดยที่สามโปรแกรมนี้ Lightroom นั้นผมว่าออกแบบหน้าตาของโปรแกรมได้ดีที่สุด แต่ถ้าพูดถึงความลงตัวแล้้วผมว่าทุกโปรแกรมคงต้องยอมให้ Aperture นอกจากนี้การทำงานกับตัวโปรแกรมยังช้ามาก ผมคงต้องใช้เครื่องที่เร็วกว่าเครื่องปัจจุบันอย่างมาก เพียงเพื่อที่จะทำให้ผมสนุกกับโปรแกรมตัวนี้ (Mac Mini C2D 1.83 GHz. เดิมๆ จัดการไฟล์ของ Nikon D40X) ฟังค์ชั่นของมันก็แสนจะน้อยเหลือเกิน สีก็ปรับอะไรไม่ได้มากนัก เรียกว่าคงไม่พัฒนากันแล้ว
อาจจะไปไม่รอดสำหรับโปรแกรม RAW workflow เจ้าแรกของวงการ
แนะนำว่าถ้าไม่เคยใช้โปรแกรมจัดการไฟล์ดิบของกล้องดิจิตอล (RAW workflow software) มาก่อน ยิ่งถ้าเป็นคนที่ไม่เคยผ่านโปรแกรมแต่งภาพอะไร ผมบอกได้เลยว่าให้ลองโหลดโปรแกรมตัวนี้มาทดลองใช้งานดู ถ้าตัวนี้ไม่ผ่าน คุณก็ไม่ควรจะมานั่งหลังคอมฯ เพื่อทำภาพแล้ว เพราะมันเป็นโปรแกรมที่ไม่ซับซ้อนแม้แต่นิดเดียว มีอะไรให้จดจำและทำความเข้าใจกับมันน้อยมากๆ ดังนั้นผมว่า Capture One ง่ายที่สุด รองลงมาจาก Lightroom และ Aperture ด้วยเหตุผลข้างต้น คงเข้าใจได้ว่า Capture One ไม่เหมาะกับการทำงานอย่างจริงๆ จังๆ เลย
ปล. จริงๆ Capture One Pro อาจจะดีกว่านี้หน่อยนึงก็ได้ แต่ผมพูดตรงๆ ว่า Capture One ทำให้ผมผิดหวังมากกับ Phaseone 

|  | HDR หรือ High Dynamic Range Image (เมื่อก่อนเรียกเต็มๆ ว่า HDRI) ปัจจุบัน มันเริ่มจะเป็นกระแสจนใครๆ ก็เอาไปมั่วเป็นของตัวเองกันหมด เช่น นายงวย หัว ค้วงบอกว่า Velvia นั้นเทียบเท่ากับ HDR ของดิจิตอล (กร๊าก) หรือว่าฝรั่งบางพวกจะคิดว่าภาพที่เห็นรายละเอียดเยอะๆ สีจัดๆ คอนทราสแรงๆ (แต่ไม่ใช่สไตล์ Vivid) นั้นคือ HDR
บางคนถึงกับหลุดโลกขนาดที่ว่า เปิด RAW ทำ JPEG สามไฟล์ อันเดอร์ พอดี โอเวอร์ ห่างกันอย่างละสตอป แล้วเอามาทำ tone mapping ปรับ S-Curve ให้คอนทราสกับสีดุๆ ตบท้ายด้วย Unsharp แรงๆ แล้วก็เรียกมันว่า HDR
โอ้ มายก้อด โลกนี้มันเพี้ยนขนาดนี้แล้วเหรอ...
เพราะจริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องแยกไฟล์ก็ได้ ให้ปรับในตัว RAW converter เอาเลย ดึง Shadow/Highlight ขึ้นมาให้หมด ด้วยวิธีการของซอฟท์แวร์ตัวนั้นเอง แล้วก็ปรับ S-Curve เอา แค่นี้ก็จะได้ภาพที่ "เขาเรียกกันว่า HDR" แต่ก็แทบจะไม่ใช่ HDR แล้วครับ
แต่ผมก็ไม่ได้ไปอธิบายให้เขาฟังนะ ไม่ใช่ว่าเสียเวลาทำมาหากิน แต่มีหลายครั้งที่ผมพูดอังกฤษผิดจนฝรั่งงงกันเป็นแถบๆ ผมเลยไม่กล้าไปอธิบาย ซึ่งการทำ HDR จริงๆ นั้น ภาพหนึ่งภาพจะต้องมีโทนมากกว่าที่ได้จาก RAW เพียงภาพเดียว ไม่งั้นเขาจะเรียกว่า High Dynamic Range เหรอ และมันไม่จำเป็นด้วยว่าต้องสีจัด คอนทราสแรง
เนื่องด้วยว่า สีจัด คอนทราสแรงนั้นมันทำให้ภาพดู High Dynamic Range ขึ้นตรงไหน?
ถูกต้องหรือไม่?
และการทำ HDR นั้น ไม่ว่าสภาพแสงจะแตกต่างกันมากมายขนาดไหน? เราก็สามารถทำให้มันออกมาเห็นรายละเอียดทั้งหมดได้ ด้วยเหตุผลนี้ ทำไมเวลเวียจึงเทียบไม่ได้กับ HDR ของกล้องดิจิตอล (จริงๆ ฟิล์มสไลด์นี่ก็เทียบ JPEG ของกล้องสมัยใหม่ไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ)
ปล. ภาพตัวอย่างผมทำเล่นๆ จากภาพเดียว เดี๋ยวจะมาทำให้ดูจริงๆ ทีหลัง คือ ตอนนี้ยังไม่มีกล้องที่ทำ bracketing ได้ หุหุหุ... |
 | PTLens | Oct 30, '07 6:27 PM for everyone |
Link: http://epaperpress.com/ptlens/PTLens is Windows software that corrects lens pincushion/barrel distortion, vignetting, chromatic aberration, and perspective. PTLens is available as a standalone application or Photoshop plug-in.
Link: http://www.rawfilmstyles.com/โปรแกรมเปลี่ยนภาพจาก RAW file ให้ดูเหมือนฟิล์มชนิดต่างๆ ซึ่งผมก็ยังไม่ได้ลองนะครับ เซฟลิ๊งค์เก็บไว้ก่อน กันลืม
| |
|